โลกกำลังจับตามองท่าทีใหม่ของสหรัฐ อีกครั้ง หลัง จับมือรัสเซีย เกาหลีเหนือ เบลารุส อิสราเอล และพันธมติรรวม 18 ประเทศ โหวตค้านมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ที่มีเป้าหมายประณามรัสเซียในโอกาสครบรอบ 3 ปีของสงครามรุกรานยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์
มติดังกล่าว ร่างโดยชาติยุโรป ได้รับเสียงสนับสนุน 93 เสียง รวมถึงไทย ขณะที่ 65 ประเทศเลือกงดออกเสียง โดยมีเนื้อหาสำคัญที่เน้นย้ำ ความกังวลต่อสงครามที่ยืดเยื้อและผลกระทบร้ายแรงต่อยูเครน ภูมิภาค และเสถียรภาพของโลก พร้อมเรียกร้องให้ลดความตึงเครียด ยุติการสู้รบ และ ให้รัสเซียถอนทหารออกจากยูเครนโดยไม่มีเงื่อนไข
การที่สหรัฐฯ โหวตไปในทิศทางเดียวกับรัสเซีย เป็นการเปลี่ยนแปลงจุดยืนที่สำคัญ สะท้อน ถึงความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปที่เพิ่มขึ้น หลังรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าพยายามเจรจาสันติภาพกับรัสเซียเพื่อยุติสงครามยูเครน แม้ยูเครนและชาติยุโรปจะยังไม่ได้เข้าร่วมโต๊ะเจรจา
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) สหรัฐฯ และรัสเซียยังโหวตสนับสนุนร่างมติของสหรัฐฯ ซึ่งเรียกร้องให้ยุติความขัดแย้ง แต่ไม่มีการระบุว่ารัสเซียเป็นผู้รุกรานหรือยืนยันบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน
ร่างมตินี้ผ่านที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ แต่ไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจาก 5 ชาติในสหภาพยุโรป รวมถึงพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ อย่างสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส ที่เลือกงดออกเสียง หลังรัสเซียใช้สิทธิ์ยับยั้งความพยายามแก้ไขถ้อยคำ
วาซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำ UN แสดงความพอใจต่อมติของสหรัฐฯ ที่มีเพียง 3 ย่อหน้า โดยมองว่าเป็นก้าวแรกของความพยายามยุติความขัดแย้งอย่างสันติ ขณะที่ โดโรธี เชีย อุปทูตสหรัฐฯ กล่าวว่า เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสู่สันติภาพ ที่ทุกฝ่ายควรภาคภูมิใจ
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้เสนอร่างมติต่อสมัชชาใหญ่ UN แต่ต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้สนับสนุนยูเครนมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้สหรัฐฯ งดออกเสียง ก่อนที่มติดังกล่าวจะได้รับการรับรอง
ที่มา