นายอภิชา สินธุฉัตร กรรมการผู้จัดการบริษัทพลายพล จำกัด และทายาทรุ่น 3 ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ เปิดเผยว่าห้างทองเยาวราชกรุงเทพเป็นเชนร้านทองชั้นนำของประเทศ ปัจจุบันมีสาขากว่า 360 แห่งทั่วประเทศไทย ซึ่งร้านทองทุกร้านล้วนเป็นการลงทุนของครอบครัว
ส่วนใหญ่จะอยู่ตามห้างสรรพสินค้า เช่น โลตัส บิ๊กซี เซ็นทรัล โรบินสัน เน้นการขายทองรูปพรรณเป็นหลัก รวมถึงรับซื้อทอง และการออมทอง ซึ่งผมมองว่าการขายทอง เป็นธุรกิจที่อยู่คู่กับสังคมตลอดเวลา เพราะคนไทยชื่นชอบในการซื้อและใส่ทองอยู่แล้ว
ส่วนการที่เราหันมาขยายการลงทุนโรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล พังงาเบย์ รีสอร์ท จุดเริ่มต้นหลักๆเป็นเพราะว่าความชอบของผมและครอบครัว ซึ่งเวลามีโอกาส มีวันหยุด หรือมีเวลาว่างได้พักผ่อน เราจะชื่นชอบกับการท่องเที่ยว และสถานที่วิวสวย เพื่อพักผ่อน เพราะรู้สึกว่าทำให้ผ่อนคลาย เวลากลับมาทํางานก็ทําให้มีพลังงานในการทำงาน
ดังนั้นเมื่อมีคนมาเสนอขายที่ดินตรงเสม็ดนางชี ครั้งแรกที่ได้ไปดูที่ดิน รู้สึกประทับใจกับวิวมาก ซึ่งพื้นที่เป็นหุบเขา มองเห็นภูเขาหินปูน 2 ลูกอยู่ในทะเล ด้วยระดับความสูงต่างกัน
ทำให้มองเห็นวิวเสม็ดนางชีใน 2มุมมองที่แตกต่าง และไม่เหมือนกับการชมวิวเสม็ดนางชีในจุดอื่นๆ เป็นวิวระดับเวิลด์คลาสและอันซีนมากๆ คุณพ่อจึงซื้อที่ดินไว้เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ตั้งใจจะทำเป็นบ้านพักตากอากาศ หนีฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพฯมาพักผ่อนที่นี่ แต่ด้วยความที่คุณแม่อยากแบ่งปันความสวยงามของเสม็ดนางชีให้คนอื่นได้สัมผัสบ้าง
ตอนแรกก็ชั่งใจอยู่เหมือนกันว่าจะซื้อที่ดินมาทำบ้านพักตากอากาศ หรือทำโรงแรมดี ซึ่งพื้นที่นี้ไม่มีหาดทราย แต่พอคิดไปคิดมา ผมก็สังเกตดูว่าโดยส่วนตัว และคนรู้จักรอบข้าง เวลาไปเที่ยวทะเล ก็ไม่ได้ใช้เวลา กับการเล่นทรายบนชายหาด หรือว่าการว่ายน้ำในทะเลมากขนาดนั้น
ส่วนใหญ่จะเป็นการเหมือนกับซึมซับบรรยากาศของทะเลแล้วก็ดูวิว หรือว่ายน้ำในสระโรงแรมมากกว่า เลยคิดว่าโรงแรมเราก็คงมีศักยภาพ พอสมควร เพราะวิวน่าประทับใจ ว๊าวมากๆ มาดูวิวกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ และอยากจะให้คนทั่วโลกได้มาเห็นความสวยงามของเสม็ดนางชี
ในที่สุดเราจึงกันพื้นที่ 100 ไร่ มาพัฒนาเป็นโรงแรม และเลือกเชนอินเตอร์คอนติเนนตัล หรือ IHG เข้ามาเป็นผู้บริหารโรงแรมให้ เนื่องจากครอบครัวไม่มีประสบการณ์ด้านโรงแรม จึงต้องการผู้บริหารระดับโลกที่มีความเป็นมืออาชีพ
อีกทั้งจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยใช้บริการโรงแรมในเครือ IHG ทั้งในและต่างประเทศ ก็ประทับใจในมาตรฐานการบริการและความสวยงามของโรงแรมมาก
อีกทั้งผมสังเกตุว่าแบรนด์อินเตอร์คอนติเนนตัล มักตั้งอยู่ในพื้นที่ไอคอนิกของแต่ละเมือง ซึ่งตรงกับวิสัยทัศน์ของเราที่ต้องการให้โรงแรมแห่งนี้เป็นแลนด์มาร์กใหม่ของพังงา และเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับโลก
นั่นหมายถึงเราอยากจะให้นักท่องเที่ยวถ้านึกถึงเสม็ดนางชี หรือนึกถึงพังงา ก็นึกถึงโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัลของเรา ซึ่งแบรนด์นี้มีชื่อเสียงและอยู่ในระดับลักชัวรี เราคิดว่าเหมาะสมที่จะพัฒนาโรงแรมให้ออกมาหรูหรา เหมาะกับการพักผ่อนในแบบสบายๆที่แท้จริง
ในขณะนี้เรายังเป็นเชนโรงแรมระดับนานาชาติเพียงแห่งเดียวในพื้นที่เสม็ดนางชีอีกด้วย มีห้องพักทั้งหมด 150 ห้อง ทั้งสวีทและพูลวิลล่า แบบ 1-2 ห้องนอน ทุกห้องเห็นวิวทะเล รวมถึงห้องเพรสซิเดนเชียลสวีท
ทั้งยังมีสระว่ายน้ำ 3 สระให้บรรยากาศและวิวแตกต่างออกไป มีห้องอาหารหรู ให้บริการแบบออลเดย์ไดนิ่ง อินเตอร์คอนติเนนตัลคลับ ห้องจัดเลี้ยง ห้องประชุมสัมมนา และเส้นทางเดินธรรมชาติ เป็นต้น คาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2571
หลายคนสงสัยว่าทำไมถึงเลือกมาลงทุนโรงแรมที่พังงา ซึ่งเป็นเมืองรอง ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวหลัก อย่าง ภูเก็ต ที่บูมอยู่แล้ว และเป็นที่รู้จักระดับโลก การตัดสินใจครั้งนี้เราไม่ได้เลือกเพราะพังงา แต่เราเลือกเพราะเสม็ดนางชี เป็นจุดหลัก ที่บังเอิญอยู่ในพังงา
ขณะเดียวด้วยโลเคชั่นของโรงแรม ก็อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวดังระดับโลกมากมาย ซึ่งเป็นจุดขายของพังงา ไม่ว่าจะเป็นเกาะตะปู ลูกค้าที่มาพักโรงแรมก็ออกไปเที่ยวระหว่างวันได้ ทั้งการเดินทางก็สะดวก ใช้เวลาจากสนามบินภูเก็ตเพียง 40 นาที และพังงายังมีความอันซีนและสงบมากกว่าภูเก็ต คนที่มองหาความอันซีน ก็จะชอบเมืองพังงา แล้วก็ประทับใจกับพื้นที่โรงแรมของเรา
ทั้งในอนาคตก็เห็นรัฐบาลก็มีแผนจะสร้างสนามบินพังงา ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เดินทางมาที่โรงแรมได้ง่ายและสะดวกขึ้น
ทายาทห้างทองเยาวราช กรุงเทพ ยังกล่าวต่อว่า การลงทุนโรงแรมนี้ เราไม่ได้ตั้งใจจะลงทุน เพื่อมุ่งไปที่ผลตอบแทนในการลงทุนแบบทันทีทันใด แต่จะเป็นการลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของครอบครัวมากกว่า
ดังนั้นจึงไม่ได้ซีเรียสว่าต้องประหยัดงบหรือต้องลงทุนเท่าไหร่เพื่อให้ได้รีเทิร์นมาเร็วๆ เราต้องการทำโรงแรมให้ได้มาตรฐานตามที่แบรนด์ต้องการ เพราะผมเชื่อว่าถ้าโรงแรมออกมาดี ก็จะได้ผลตอบแทนในการลงทุนที่ดีตามมาเอง จึงยังไม่สามารถสรุปงบที่ใช้ในการลงทุนได้ในขณะนี้
เราตั้งใจพัฒนาโรงแรมนี้ให้ดีที่สุด เพราะผมมองว่าเมื่อเราชอบอะไร จะทำสิ่งนั้นได้ดี และก็หวังว่าลูกค้าจะสัมผัสได้ถึงความเอาใจใส่ในการพัฒนาโรงแรมของเรา โดยการพัฒนาจะความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน เราเข้าใจความกังวลของชาวพังงา เรื่องการรักษาทัศนียภาพและธรรมชาติ
เราจึงออกแบบโรงแรมให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม เน้นการปลูกต้นไม้ ไม่สร้างตึกสูง แต่เน้นตึกเล็กๆในพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ และวางแผนจ้างแรงงานท้องถิ่นเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และทำให้การท่องเที่ยวของที่นี่กลายเป็นเวิลด์คลาสเดสติเนชั่น
การท่องเที่ยวของไทยหลังโควิด จะเห็นว่าฟื้นฟูและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ของจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยว ผมก็เชื่อว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะเป็นรายได้สำคัญของประเทศ ที่รัฐบาลสนับสนุนเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นฟรีวีซ่า หรือการท่องเที่ยวเมืองรอง รวมถึงความหลากหลายของแห่งท่องเที่ยว การทำโรงแรมก็จึงเป็นโอกาส
อย่างไรก็ตามถ้าโรงแรมนี้ประสบความสำเร็จ โอกาสในการขยายโรงแรมใหม่ๆเพิ่มเติมในอนาคต ก็มีความเป็นไปได้ เนื่องจากคุณพ่อผมก็มักซื้อที่ดินเก็บไว้หลายที่
ต่อไปถ้าดีก็มองว่าสามารถพัฒนาที่อื่นได้ อย่างในโซนในเมือง เรามีที่ดินในกรุงเทพที่คิดว่าอาจจะเป็นที่ที่เหมาะสม ในต่างจังหวัดมีแลนด์แบงก์อยู่บ้าง แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เข้าไปดู ซึ่งคุณพ่อก็มองตรงนี้ตรงนั้นน่าไปดู เผื่อศึกษาแล้วดูมีศักยภาพในการลงทุน แต่ก็ไม่ได้รีบ เพราะอยากโฟกัสที่โรงแรมนี้เป็นหลักก่อนนั่นเอง
หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 4,074 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม พ.ศ. 2568