KEY
POINTS
ปัจจุบัน “การท่าเรือแห่งประเทศไทย” เร่งเครื่องพัฒนา “ท่าเรือคลองเตย” เพื่อสอดรับกับการพัฒนาพื้นที่ให้มีรายได้มากขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สำคัญสามารถรองรับนโยบายเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ได้เช่นกัน
นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับนโยบายเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์นั้นเบื้องต้นวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ จะมีตัวแทนมายื่นหนังสือถึงนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถึงการคัดค้านสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ที่กระทรวงคมนาคม
ทั้งนี้ในฐานะรัฐบาลยืนยันว่าการผลักดันเรื่องดังกล่าวเป็นคนละประเด็นกับการพัฒนาท่าเรือคลองเตย เนื่องจากกระทรวงคมนาคมมีแผนให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ทบทวนแผนพัฒนาท่าเรือกรุงเทพ (ท่าเรือคลองเตย) ภายใต้ผลการศึกษาเดิมที่มีอยู่ ตลอดจนการพัฒนาเป็นพื้นเชิงพาณิชย์เพื่อให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าต่อที่ดินของกทท.
นางมนพร กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาหลายรัฐบาลมีการผลักดันแผนพัฒนาท่าเรือกรุงเทพ (ท่าเรือคลองเตย) แต่ไม่เป็นผล โดยรัฐบาลนี้ในปัจจุบันกทท.อยู่ระหว่างศึกษาแผนแม่บทดังกล่าว ส่วนการระบุพื้นที่แต่ละโซนเพื่อกำหนดโครงการต่างๆในท่าเรือฯนั้นจะต้องรอกทท.เป็นผู้ดำเนินการศึกษาก่อน
สำหรับแผนพัฒนาท่าเรือคลองเตย พื้นที่ 2,353 ไร่ มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ปัจจุบันกทท.อยู่ระหว่างพูดคุยกับชุมชนคลองเตยว่าจะพัฒนาโครงการพื้นที่พักอาศัยเพื่อชุมชนในแนวสูงของชุมชนคลองเตย (Smart Community) ในพื้นที่บริเวณใด รูปแบบโครงการเป็นแบบไหน รวมถึงการพัฒนาระบบท่าเรือในรูปแบบอัตโนมัติ โดยนำร่องการพัฒนาพื้นที่หน้าท่าเรือ ประมาณ 400-500 ไร่ คาดว่าจะเริ่มออกแบบแผนฯและก่อสร้างได้ภายในปีนี้
ขณะเดียวกันในระหว่างที่กทท.อยู่ระหว่างดำเนินการนั้น เบื้องต้นกระทรวงคมนาคมได้ผลักดันเรื่องร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ฉบับใหม่ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวต่อการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) รวมถึงการจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อหารายได้เข้ากทท. โดยร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เตรียมจะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรภายในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ คาดว่าร่างพ.ร.บ.การท่าเรือฯ ฉบับใหม่จะประกาศราชกิจจาและมีผลบังคับใช้ภายในปี 2568
นางมนพร กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ดีหากร่างพ.ร.บ.การท่าเรือฉบับใหม่ ผ่านความเห็นชอบ จะทำให้กฎหมายมีความทันสมัย ส่งผลให้กทท.มีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการหารายได้ในกิจการที่เกี่ยวข้องกับท่าเรือเพียงอย่างเดียว โดยการเปิดให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) ด้วย
“ยืนยันว่าการแก้ไขร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ไม่ได้เป็นการพุ่งเป้าไปที่การผลักดันเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ เนื่องจากเรื่องนี้ต้องมีกฎหมายอีกฉบับโดยตรงมารองรับ ซึ่งการพัฒนาเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์สามารถพัฒนาได้หลายพื้นที่ในไทยไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่ท่าเรือคลองเตย หากการพัฒนาโครงการฯดังกล่าวของกทท.ดำเนินการแล้วเสร็จ และมีพื้นที่เหลือเพียงพอก็สามารถพัฒนาเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ได้” นางมนพร กล่าว
สำหรับพื้นที่ตามแผนพัฒนาท่าเรือคลองเตย แบ่งเป็น 3 โซน ดังนี้ โซน 1 พัฒนาพื้นที่ด้านการค้า (commercial zone) จะมีอาคารศูนย์ธุรกิจพาณิชยนาวี พื้นที่ 17 ไร่ ด้านข้างอาคารที่ทำการปัจจุบัน ภายในอาคารประกอบด้วย สำนักงาน ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์แสดงสินค้า นิทรรศการ ศูนย์การประชุม พื้นที่ค้าปลีกและธนาคาร
ด้านศูนย์โลจิสติกส์และกระจายสินค้า พื้นที่ 54 ไร่ ประกอบด้วย อาคารคลังสินค้าแนวสูงและแนวราบ สถานีพักรถบรรทุกสินค้า รวมถึงมีอาคารสำนักงาน 126 ไร่ (ไม่รวมตลาดคลองเตย) อยู่ในทำเลศักยภาพพัฒนากิจกรรมที่มีความหลากหลาย และสนับสนุนกิจการของท่าเรือและชุมชนโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์กลางการค้าและพาณิชยกรรมนำเข้า-ส่งออก อาคารพาณิชย์ สำนักงาน สถาบันการเงิน ฯลฯ
ขณะเดียวกันยังมีศูนย์การประชุมและศูนย์การค้าธุรกิจทันสมัยครบวงจร พื้นที่ 15 ไร่ เช่น ศูนย์แสดงสินค้ากิจการท่าเรือ โดยนำที่ดินบริเวณโรงฟอกหนังกระทรวงกลาโหม 123 ไร่ พัฒนาสมาร์ทคอมมิวนิตี้ ก่อสร้างที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่รองรับชุมชนและหน่วยงานราชการต่าง ๆ
นอกจากนี้โซน 2 พัฒนาธุรกิจหลัก การให้บริการท่าเรือกรุงเทพ (core business zone) โดยปรับพื้นที่จากปัจจุบัน พื้นที่ 943 ไร่ เหลือ 534 ไร่ พัฒนาสถานีบรรจุสินค้าเพื่อส่งออกและบูรณาการพื้นที่หลังท่าเป็นคลังสินค้าขาเข้าเขตปลอดภาษี พื้นที่ปฏิบัติการสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่าต่าง ๆ เช่น คลังสินค้าห้องเย็น ฮาลาล ลานบริหารจัดการรถบรรทุก และจุดบริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ
ส่วนท่าเทียบเรือตู้สินค้าบริเวณเขื่อนตะวันตกติดคลองพระโขนง จะพัฒนาเป็นท่าเทียบเรือแห่งใหม่ ลานกองเก็บตู้สินค้าและอาคารสำนักงาน ปรับปรุงท่าเทียบเรือตู้สินค้าฝั่งตะวันออกให้ทันสมัยรองรับเรือลำเลียงชายฝั่ง รวมถึงยังมีโครงการพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อท่าเรือและทางด่วนสายบางนา-อาจณรงค์ เป็นการระบายรถบรรทุกขาออกที่มุ่งหน้าไปยังบางนา-ตราด และขาเข้ามายังท่าเรือกรุงเทพ
ด้านโซน 3 พื้นที่พัฒนาเมืองท่าเรือกรุงเทพ (Bangkok modern city) อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เน้นการพัฒนาเมืองธุรกิจขนาดใหญ่ที่เป็นแลนด์มาร์กของประเทศ ศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวใหม่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวทางน้ำตลอดจนเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์สาธารณะ รวมถึงพัฒนาอาคารมิกซ์ยูสครบวงจร ช้อปปิ้งมอลล์ ที่จอดรถและโรงแรม
ส่วนแผนพัฒนาพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัยในชุมชนคลองเตย (Smart Community) นั้นอยู่ในบริเวณองค์การฟอกหนังเดิมถนนริมทางรถไฟสายเก่ามีพื้นที่ 58 ไร่ เป็นอาคารสูง 25 ชั้น 4 อาคารๆ ละ 1,536 ยูนิต รวม 6,144 ยูนิต ขนาด 33 ตรม/ห้อง มีอาคารจอดรถส่วนกลาง และพื้นที่สีเขียว 40% สำหรับเงื่อนไขผู้อาศัยเบื้องตัน ผู้ที่มีสิทธิ์ใน 3 ทางเลือกต้องอยู่ใน 26 ชุมชนประมาณ 13,000 ครัวเรือน และใต้ทางด่วน 5 ชุมชนประมาณ 500 ครัวเรือน
อย่างไรก็ตามจากข้อมูลเบื้องต้น กทท. ได้กำหนดสิทธิประโยชน์ใน 3 ทางเลือก คือ 1.ที่พักอาศัยอาคารสูง: Smart Community 2.ที่ดินเปล่าขนาด 19.5 ตารางวา ต่อครัวเรือน ย่านหนองจอก มีนบุรี จำกัดจำนวน 2,140 แปลงซึ่งสามารถปลูกบ้านเป็นของตัวเองได้ 3. กลับภูมิลำเนาโดยให้เงินทุนเพื่อนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิต
เมกะโปรเจ็กต์หน้า 8 ฉบับที่ ฉบับที่ 4,074 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม พ.ศ. 2568