"มนพร" จีบท่าเรือ TiL ลงทุน "แหลมฉบังเฟส3" ปลุกแผนประมูลท่าเรือ E

22 ก.พ. 2568 | 11:23 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ก.พ. 2568 | 11:30 น.

"มนพร" ถกเอกชนท่าเรือ TiL ชวนประมูลท่าเรือ E รับ "แหลมฉบัง เฟส 3" หวังเพิ่มขีดความสามารถรองรับตู้สินค้าพุ่งกว่า 10 ล้านตู้ทีอียู ภายในปีนี้

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม ได้หารือร่วมกับ Mr. Raphaël Boden รองผู้อำนวยการด้านการลงทุนท่าเรือ Terminal Investment Limited (TiL)

สำหรับคณะดังกล่าว เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจบริหารท่าเรือสำหรับตู้สินค้า มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ บริหารท่าเรือใน 31 ประเทศ ตามเส้นทางการเดินเรือหลักทั่วโลก เช่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม สเปน

ขณะที่การหารือกับ TiL ในครั้งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการลงทุน เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) ระยะที่ 3 และการลงทุนในท่าเรือใหม่ E1 และ E2

อย่างไรก็ดีรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมได้มุ่งมั่นผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งสินค้าและเพิ่มขีดความสามารถของท่าเรือแหลมฉบัง

ทั้งนี้เพื่อสอดรับกับการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาคอินโดจีนและเป็นจุดเชื่อมโยงไปสู่จีนและอินเดีย อันเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในเชื่อมโยงการขนส่งสินค้า ตามแผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก

ขณะเดียวกันมีเป้าหมายในการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อผลักดันให้ท่าเรือแหลมฉบังพัฒนาสู่การเป็น Green Port ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการรักษาความยั่งยืนของโลกและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต

นางมนพร กล่าวต่อว่า โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการรองรับปริมาณตู้สินค้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยปัจจุบันสามารถรองรับตู้สินค้าได้ 11.1 ล้าน TEU/ปี

\"มนพร\" จีบท่าเรือ TiL  ลงทุน \"แหลมฉบังเฟส3\" ปลุกแผนประมูลท่าเรือ E

ทั้งนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 10 ล้าน TEU/ปี ในปี 2568 ตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการค้าของประเทศ แบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่ งานก่อสร้างทางทะเล งานก่อสร้างอาคารท่าเทียบเรือและระบบสาธารณูปโภค งานก่อสร้างระบบรถไฟ

ส่วนงานจัดหาเครื่องมือและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนที่กำหนด โดยคาดว่าจะสามารถให้บริการท่าเทียบเรือ F1 ได้ในปี 2570 และจะก่อสร้างท่าเทียบเรือ F2 ในปี 2572 กำหนดเปิดให้บริการในปี 2574

นางมนพร กล่าวต่อว่า จากรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการพัฒนา ทลฉ. ระยะที่ 3 กำหนดไว้ว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการในขั้นตอนการคัดเลือกบริษัทเอกชน เพื่อร่วมลงทุนท่าเทียบเรือ E พร้อมทั้งลงนามสัญญาในปี 2572

\"มนพร\" จีบท่าเรือ TiL  ลงทุน \"แหลมฉบังเฟส3\" ปลุกแผนประมูลท่าเรือ E

นอกจากนี้เพื่อให้สามารถก่อสร้างเทียบเรือ E0 ได้ในปี 2573 และเปิดให้บริการในปี 2575 ส่วนท่าเทียบเรือ E1 และ E2 จะเริ่มก่อสร้างในปี 2575 และปี 2577 ตามลำดับ

"ขอบคุณ Mr. Raphaël Boden และคณะผู้แทนจากบริษัท Terminal Investment Limited (TiL) รวมถึงบริษัท Mediterranean Shipping Company (MSC) ที่ให้ความสนใจในการร่วมลงทุนในโครงการพัฒนา ทลฉ. ระยะที่ 3 และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะนำไปสู่การขยายความสัมพันธ์และความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในอนาคตต่อไป" นางมนพร กล่าว