ทรัมป์เล็งขึ้นภาษี 25% สินค้าจากยุโรป-สับขาหลอกกำหนดภาษีแคนาดา-เม็กซิโก

28 ก.พ. 2568 | 06:30 น.

"โดนัลด์ ทรัมป์" ประกาศแนวคิด ขึ้นภาษีสินค้าจากยุโรป 25% ขณะสร้างความสับสนเรื่องกำหนดภาษีนำเข้าจากแคนาดา-เม็กซิโก สะเทือนการค้าทั่วโลก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ สร้างความสับสนครั้งใหม่เกี่ยวกับนโยบายภาษีศุลกากร หลังจากแถลงในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยกล่าวว่าภาษีนำเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโกอาจมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เมษายน แทนที่จะเป็นวันที่ 4 มีนาคมตามที่กำหนดไว้เดิม พร้อมทั้งประกาศแนวคิดขึ้นภาษีศุลกากร 25% สำหรับสินค้านำเข้าจากยุโรป

สื่อต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่ากำหนดเส้นตายเดิมในวันที่ 4 มีนาคม ยังคงมีผลอยู่ จนกว่าทรัมป์จะตรวจสอบการดำเนินการของแคนาดาและเม็กซิโกเกี่ยวกับมาตรการควบคุมพรมแดน และการหยุดยั้งการลักลอบนำเข้าผู้อพยพผิดกฎหมายและสารเฟนทานิลไปยังสหรัฐฯ

ทรัมป์กล่าวต่อที่ประชุมว่า "ผมจะเริ่มขึ้นภาษีวันที่ 1 เมษายน แต่ผมเป็นคนเชื่อโชคลางนิดหน่อย ผมเลยขยับไปเป็นวันที่ 2 เมษายนแทน" ซึ่งถ้อยแถลงนี้ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แคนาดาและเปโซเม็กซิกันปรับตัวแข็งค่าขึ้นทันที

ทางด้าน ฟรองซัวส์-ฟิลิปป์ ชองปาญ รัฐมนตรีกระทรวงนวัตกรรมของแคนาดา กล่าวกับสื่อว่า "แคนาดาจะรอเอกสารคำสั่งจากทรัมป์ก่อนตัดสินใจตอบโต้" พร้อมย้ำว่าแคนาดาจะพยายามเลี่ยงการขึ้นภาษี แต่ถ้าถูกบังคับใช้จริง รัฐบาลก็มีมาตรการตอบโต้ที่ชัดเจนและเฉียบขาด

ขณะที่กระทรวงเศรษฐกิจของเม็กซิโกยังคงปฏิเสธให้ความเห็นเกี่ยวกับคำพูดของทรัมป์ แต่ระบุว่า มาร์เซโล เอบราด รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจของเม็กซิโก จะพบกับเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และโฮเวิร์ด ลัตนิค รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้

 

สหรัฐฯ เตรียมขึ้นภาษีสินค้า EU 25%

นอกจากภาษีนำเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโกแล้ว ทรัมป์ยังยืนยันแผนขึ้นภาษีศุลกากร 25% สำหรับรถยนต์และสินค้าอื่นๆ จากสหภาพยุโรป โดยกล่าวว่า "เราตัดสินใจแล้ว และจะประกาศอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้"

ทรัมป์ให้เหตุผลว่ายุโรปใช้มาตรการภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นอุปสรรคทางการค้า ซึ่งเขามองว่าเทียบเท่ากับภาษีศุลกากรทางอ้อม นอกจากนี้ เขายังวิจารณ์ว่ายุโรปปฏิเสธการนำเข้ารถยนต์และผลิตภัณฑ์เกษตรจากสหรัฐฯ โดยกล่าวว่า "สหภาพยุโรปก่อตั้งขึ้นเพื่อเอาเปรียบสหรัฐฯ"

EU เตรียมตอบโต้หนัก หากสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษี

โฆษกคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวตอบโต้ว่า "สหภาพยุโรปจะตอบโต้ทันทีและหนักแน่นต่ออุปสรรคทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม" พร้อมเน้นว่าสหภาพยุโรปเป็นตลาดเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ มาโดยตลอด

โรเบอร์ตา เมตโซลา ประธานรัฐสภายุโรป อยู่ระหว่างเดินทางเยือนวอชิงตันเพื่อพบปะกับสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ แต่ไม่ได้มีแผนพบปะกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์

 

สหรัฐฯ ได้ตัวผู้แทนการค้าคนใหม่ เตรียมทบทวน USMCA

อีกประเด็นสำคัญในวันพุธคือวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติ 56-43 เสียงรับรองเจมีสัน เกรียร์ ดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) อย่างเป็นทางการ

เกรียร์เป็นอดีตหัวหน้าคณะทำงานของโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ในยุคแรกของทรัมป์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำสงครามการค้ากับจีน การเข้ารับตำแหน่งของเขาสร้างความพึงพอใจให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมที่สนับสนุนนโยบายปกป้องตลาดภายในของสหรัฐฯ

เกรียร์ระบุระหว่างการไต่สวนในวุฒิสภาว่า หนึ่งในภารกิจเร่งด่วนของเขาคือการทบทวนข้อตกลงการค้า USMCA ระหว่างสหรัฐฯ-แคนาดา-เม็กซิโก เพื่อป้องกันไม่ให้จีนใช้เป็นช่องทางลักลอบส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ โดยเลี่ยงกำแพงภาษี

"ผมมองว่าเราควรเข้มงวดกับกฎแหล่งกำเนิดสินค้า โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์และอากาศยาน รวมถึงอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่อาจมีการนำเข้าชิ้นส่วนจากประเทศที่ไม่ใช่ตลาดเสรี" เกรียร์กล่าว

 

ตลาดโลกลุ้นระทึกกับทิศทางสงครามการค้า

การเปลี่ยนแปลงท่าทีของทรัมป์เกี่ยวกับภาษีนำเข้า ไม่เพียงสร้างความสับสนให้กับพันธมิตรทางการค้าอย่างแคนาดาและเม็กซิโก แต่ยังทำให้ยุโรปต้องเตรียมมาตรการตอบโต้หากสหรัฐฯ กดดันด้วยภาษีศุลกากร 25%

การแต่งตั้งเกรียร์อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับภาวะไม่แน่นอน ขณะที่ภาคธุรกิจและตลาดการเงินต่างจับตาดูการเคลื่อนไหวของรัฐบาลทรัมป์อย่างใกล้ชิด

การกำหนดภาษีของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ไม่เพียงกระทบต่อคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังอาจเป็นชนวนให้เกิดความตึงเครียดทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก