รัสเซียประกาศจุดยืนต้องการข้อตกลงสันติภาพกับยูเครนที่แก้ไข "สาเหตุหลัก" ของความขัดแย้ง แทนที่จะเป็นเพียงการหยุดยิงแบบเร่งด่วนที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ซึ่งอาจนำไปสู่การสู้รบอีกครั้งในอนาคต
เซอร์เกย์ รียาบคอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย ระบุในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว RIA เมื่อวันจันทร์ ซึ่งตรงกับวาระครบรอบสามปีที่รัสเซียส่งทหารเข้ายูเครนว่า ข้อตกลงสันติภาพต้องมีความมั่นคงและยั่งยืน
"เรารับรู้ได้ว่าสหรัฐฯ ต้องการให้เกิดการหยุดยิงโดยเร็ว" รียาบคอฟกล่าว "แต่การหยุดยิงที่ปราศจากการแก้ไขปัจจัยเชิงลึกของความขัดแย้งนั้น อาจนำไปสู่การกลับมาสู้รบครั้งใหญ่และส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ ซึ่งเราไม่ต้องการให้เกิดขึ้น"
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียและสหรัฐฯ ได้พบปะกันที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตและเตรียมความพร้อมสำหรับการเจรจาสันติภาพยูเครน อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับแผนสันติภาพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ด้านประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวว่า การเจรจากับสหรัฐฯ เป็นก้าวแรกในการสร้างความไว้วางใจ และยุโรปจะมีบทบาทในอนาคต แต่ในช่วงเริ่มต้น การเจรจาจำเป็นต้องเป็นไปในระดับทวิภาคีระหว่างมอสโกและวอชิงตันก่อน
อย่างไรก็ตาม ประเทศในยุโรปและยูเครนไม่พอใจที่พวกเขาไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการหารือที่ริยาด ขณะที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส แสดงจุดยืนว่าสงครามครั้งนี้มี "ผู้รุกรานที่ชัดเจน" และกล่าวว่าแผนสันติภาพต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองก่อนดำเนินการ
ขณะที่ความขัดแย้งยังคงยืดเยื้อ เศรษฐกิจรัสเซียกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของชาติตะวันตก อัตราดอกเบี้ยสูงถึง 21% ทำให้การลงทุนชะลอตัว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงสูง และการใช้จ่ายทางทหารที่เพิ่มขึ้นทำให้รัสเซียต้องเผชิญความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน
โอเล็ก วียูกิน อดีตรองผู้ว่าการธนาคารกลางรัสเซีย ระบุว่า ทางเดียวที่รัสเซียจะหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจซบเซาคือ การบรรลุข้อตกลงทางการทูตเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านกลาโหม ซึ่งปัจจุบันคิดเป็น 1 ใน 3 ของงบประมาณรัฐบาล
หากรัสเซียสามารถบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ได้ อาจช่วยให้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจผ่อนคลายลง และเปิดโอกาสให้ธุรกิจตะวันตกกลับมาลงทุนอีกครั้ง
ค่าเงินรูเบิลแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหกเดือนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จากความหวังที่ว่าการเจรจาสันติภาพอาจนำไปสู่การผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางรัสเซียเตือนว่าการเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2024 อาจชะลอตัวลงอยู่ที่ 1-2% จากระดับ 4.1% ในปีที่ผ่านมา
เอลวีรา นาบิอุลลินา ผู้ว่าการธนาคารกลางรัสเซีย กล่าวว่า เศรษฐกิจรัสเซียกำลังเข้าสู่ช่วงชะลอตัวตามธรรมชาติ เนื่องจากการใช้จ่ายภาครัฐที่สูงเกินไปและข้อจำกัดด้านการผลิต
ในอีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ สตับบ์ ของฟินแลนด์ เตือนว่าสงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของยูเครนเท่านั้น แต่ยังเป็นเดิมพันของ "ความมั่นคงของยุโรป" และ "บทบาทนำของสหรัฐฯ" ในเวทีโลก
"ถ้ารัสเซียชนะสงครามนี้ สหรัฐฯ จะเป็นฝ่ายแพ้" สตับบ์กล่าวในการประชุมที่ยูเครน
ยุโรปกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากสหรัฐฯ ให้เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมของตนเอง ทรัมป์แสดงจุดยืนว่าสหรัฐฯ จะไม่เป็น "ผู้จ่ายรายเดียว" ให้กับนาโต้อีกต่อไป ขณะที่สตับบ์มองว่าเป็นเวลาที่ยุโรปต้อง "มีส่วนร่วมจริงจัง" ในการปกป้องตนเอง
ท่ามกลางการเจรจาระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ ที่เริ่มต้นขึ้น พร้อมกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่หนักหน่วงต่อรัสเซีย คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นคือ ข้อตกลงสันติภาพที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้หรือไม่
รัสเซียต้องการข้อตกลงที่รับประกันว่าความขัดแย้งนี้จะไม่ปะทุขึ้นอีก ขณะที่สหรัฐฯ ผลักดันให้มีการหยุดยิงโดยเร็ว ยูเครนและยุโรปเองก็ยังคงแสดงท่าทีแข็งกร้าว และไม่มีใครต้องการให้เกิดข้อตกลงที่ทำให้รัสเซียได้เปรียบทางยุทธศาสตร์
แม้ทรัมป์จะประกาศว่าสงครามอาจจบลงได้ "ภายในไม่กี่สัปดาห์" แต่ปูตินเองก็ส่งสัญญาณว่าสิ่งนี้อาจยังไม่เกิดขึ้นเร็วอย่างที่บางฝ่ายคาดหวัง
อ้างอิง: Reuters