ถอดบทเรียนกาสิโนโลก "Entertainment Complex" สูตรสำเร็จหรือวิกฤตใหม่?

28 ก.พ. 2568 | 13:30 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ก.พ. 2568 | 14:05 น.
1.5 k

ถอดบทเรียนคาสิโนถูกกฎหมาย "Entertainment Complex" สูตรสร้างความมั่งคั่งมหาศาล มาพร้อมความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่และไม่อาจมองข้ามได้


เมื่อพูดถึง "กาสิโน" และความบันเทิงในรูปแบบครบวงจร หลายประเทศเลือกใช้โมเดลนี้เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ในขณะที่บางประเทศประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ประเทศอื่นๆ กลับต้องเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น ในขณะที่ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงศึกษาความเป็นไปได้ของการสร้าง "Entertainment Complex" หรือ สถานบันเทิงครบวงจร ซึ่งมีกาสิโนถูกกฎหมาย

 

"มาเก๊า" ศูนย์กลางการพนันโลก

มาเก๊า ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ลาสเวกัสแห่งเอเชีย" ด้วยการเปิดเสรีการพนันตั้งแต่ปี 2002 เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดของความสำเร็จในการใช้กาสิโนเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจ ด้วยการเป็นแหล่งรวมกาสิโนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มาเก๊าสามารถสร้างรายได้จากอุตสาหกรรมการพนันสูงถึงกว่า 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีล่าสุด ขณะเดียวกันยังดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกกว่า 39 ล้านคนต่อปี แต่ความสำเร็จนี้ต้องแลกกับความท้าทายเรื่องการฟอกเงิน การพึ่งพารายได้จากการพนัน และผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่ ซึ่งทำให้รัฐบาลมาเก๊าต้องออกกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

โดยรัฐบาลมาเก๊าได้ ยุติระบบผูกขาดของบริษัท STDM และออกใบอนุญาตให้กับ ผู้ประกอบการกาสิโนทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่เข้มข้นและการลงทุนจากกลุ่มทุนข้ามชาติ 

ด้วยการเติบโตของอุตสาหกรรมกาสิโน รายได้จากการพนันของมาเก๊าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล จนสามารถแซงหน้าลาสเวกัส กลายเป็นศูนย์กลางการพนันที่ใหญ่ที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของกาสิโนได้นำมาซึ่งปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจ เช่น การพึ่งพาอุตสาหกรรมการพนันมากเกินไป และความเสี่ยงจากกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ

เพื่อ ป้องกันปัญหาการฟอกเงิน การทุจริต และอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลมาเก๊าจึงได้กำหนดกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น เช่น การจำกัดจำนวนโต๊ะพนัน การตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินทุน และการควบคุมขยะพนัน (Junket Operators) นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเฝ้าระวังและตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความโปร่งใสและเสถียรภาพของอุตสาหกรรมคาสิโนในระยะยาว

"สิงคโปร์" โมเดลกาสิโนแบบบูรณาการ

สิงคโปร์ ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ด้วยโครงการมาริน่าเบย์แซนด์ (Marina Bay Sands) ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงกาสิโน แต่เป็นศูนย์กลางความบันเทิงระดับโลกที่รวมโรงแรมหรู ศูนย์การประชุม พิพิธภัณฑ์ และแหล่งช้อปปิ้งไว้ในที่เดียว สิงคโปร์สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 20 ล้านคนต่อปี สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมหาศาล โดยสามารถสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นกว่า 18% หลังเปิดตัว และช่วยสร้างงานในอุตสาหกรรมการบริการมากกว่า 45,000 ตำแหน่ง

สิงคโปร์ได้เปิดตัวรีสอร์ทแบบบูรณาการที่มีกาสิโน เช่น Marina Bay Sands และ Resorts World Sentosa ในปี 2010 โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐบาลสิงคโปร์ได้ออกกฎหมายควบคุมการพนันที่เข้มงวด เช่น การกำหนดค่าธรรมเนียมเข้ากาสิโนสำหรับประชาชนชาวสิงคโปร์ (150 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อวัน หรือ 3,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี) เพื่อลดปัญหาการพนันในประเทศ

นอกจากนี้ ยังมี การจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลกาสิโน (Casino Regulatory Authority - CRA) โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2008 ภายใต้ กฎหมายควบคุมกาสิโน (Casino Control Act) เพื่อกำกับดูแลอุตสาหกรรมกาสิโนในประเทศ เพื่อควบคุมและตรวจสอบการดำเนินงานของกาสิโนอย่างใกล้ชิด ป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน เช่น การฟอกเงิน และ ส่งเสริมการพนันอย่างมีความรับผิดชอบ โดยมีมาตรการควบคุมทางสังคม เช่น การห้ามบุคคลที่มีประวัติติดการพนันหรือมีหนี้สินรุนแรงเข้าสู่กาสิโน รวมถึงมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อรักษาความโปร่งใสและลดผลกระทบด้านลบจากอุตสาหกรรมการพนัน

อย่างไรก็ตาม ในปี 2022 รัฐบาลสิงคโปร์ได้ ยุบ CRA และควบรวมอำนาจเข้ากับหน่วยงานกำกับดูแลใหม่ ที่ชื่อว่า "Gambling Regulatory Authority (GRA)" ซึ่งมีอำนาจครอบคลุมการควบคุมการพนันทุกรูปแบบในสิงคโปร์ ไม่ใช่แค่กาสิโนเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการพนันออนไลน์, ลอตเตอรี่, และการเดิมพันกีฬา

ดังนั้น ปัจจุบัน CRA ไม่มีอยู่แล้ว แต่ถูกแทนที่ด้วย GRA ซึ่งมีบทบาทขยายขึ้นเพื่อกำกับดูแลและป้องกันปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการพนันในสิงคโปร์

การผสมผสานระหว่างความบันเทิงที่หลากหลายกับความเป็นมืออาชีพด้านการจัดการ ทำให้กาสิโนในสิงคโปร์ไม่ถูกมองว่าเป็นเพียงแหล่งพนัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ

 

"ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา" เมืองแห่งความบันเทิง

ในอเมริกา ลาสเวกัส คืออีกหนึ่งกรณีศึกษาที่สำคัญ เมืองนี้ไม่เพียงแต่เป็นจุดหมายปลายทางของนักพนัน แต่ยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยการแสดงระดับโลก งานประชุม และการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยรายได้จากการพนันและการท่องเที่ยวที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐเนวาดา

ลาสเวกัส รัฐเนวาดา เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในฐานะ "เมืองแห่งการพนัน" โดยการดำเนินงานของกาสิโนได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวดจาก Nevada Gaming Control Board (NGCB) ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบและกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎระเบียบ เช่น การป้องกันการฟอกเงินและการทุจริต รวมถึงการรักษาความโปร่งใสในอุตสาหกรรมการพนัน เพื่อให้มีความเชื่อมั่นจากสาธารณชน

รัฐเนวาดายังได้รับรายได้จาก ภาษีการพนัน ที่สำคัญ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักที่ช่วยสนับสนุนโครงการด้านการศึกษา การดูแลสุขภาพ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ในขณะเดียวกัน ลาสเวกัสยังคงเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่ผสมผสานความบันเทิงและกาสิโนเข้าด้วยกัน แม้จะเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน แต่การควบคุมที่เข้มงวดจาก NGCB ทำให้เมืองนี้ยังคงเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการพนันและการท่องเที่ยว

ลาสเวกัสกลายเป็นต้นแบบของเมืองที่สามารถดึงดูดนักลงทุนและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แต่ความสำเร็จของลาสเวกัสยังมาพร้อมกับปัญหา เช่น การบริโภคน้ำจำนวนมากในพื้นที่ทะเลทราย และการพึ่งพาการท่องเที่ยวที่ทำให้เมืองมีความเสี่ยงต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

 

"ออสเตรเลีย" การควบคุมและบทลงโทษที่เข้มงวด

ในอีกมุมหนึ่ง ออสเตรเลีย กลับต้องเผชิญกับปัญหาหลายด้าน แม้ว่ากาสิโนในซิดนีย์จะเป็นสถานที่ยอดนิยมและสร้างรายได้จำนวนมาก แต่การบริหารจัดการที่ไม่โปร่งใสส่งผลให้เกิดกรณีการฟอกเงินและอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลออสเตรเลียต้องแทรกแซงด้วยการกำหนดค่าปรับสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย พร้อมกับออกมาตรการควบคุมที่เข้มงวดมากขึ้น 

การดำเนินงานของกาสิโนในออสเตรเลีย ได้รับการควบคุมโดยหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐแต่ละแห่ง เพื่อรักษาความโปร่งใสและป้องกันการฟอกเงิน กรณีของ The Star Entertainment Group ในซิดนีย์ ได้รับการปรับเป็นเงิน 100 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เนื่องจากการละเมิดกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน

หน่วยงานกำกับดูแลหลักในออสเตรเลียคือ AUSTRAC ซึ่งเป็นหน่วยงานเฝ้าระวังทางการเงินของประเทศ AUSTRAC ได้ยื่นฟ้องทางแพ่งต่อ The Star Entertainment Group ในปี 2022 โดยกล่าวหาว่าบริษัทละเมิดกฎหมายต่อต้านการฟอกเงินและการจัดหาเงินทุนของผู้ก่อการร้ายอย่างร้ายแรงและเป็นระบบ

 

"บราซิล" การเติบโตของการพนันออนไลน์

บราซิล ซึ่งเพิ่งเริ่มต้นการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ การพนันออนไลน์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในรูปแบบของการเดิมพันกีฬา แม้ว่าสิ่งนี้จะช่วยเพิ่มรายได้ของรัฐ แต่ก็มีข้อวิจารณ์ว่าการใช้จ่ายในการพนันกำลังทำให้เศรษฐกิจส่วนอื่นๆ ชะลอตัว โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่มีรายได้ต่ำ ปัญหาดังกล่าวเป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบทางสังคมที่อาจเกิดขึ้นจากการพึ่งพารายได้จากการพนัน

บราซิลกำลังอยู่ในขั้นตอนของการออกกฎหมายเพื่อควบคุมการพนันออนไลน์และคาสิโน โดยมุ่งหวังที่จะเพิ่มรายได้ภาษีและควบคุมกิจกรรมการพนันที่เกิดขึ้น ในปี 2023 ตลาดการพนันออนไลน์ของบราซิลมีมูลค่าถึง 120 พันล้านเรียล (ประมาณ 19.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) แต่ก็เกิดปัญหาการติดการพนันที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่มีรายได้น้อย ซึ่งใช้จ่ายในการเล่นพนันออนไลน์เป็นจำนวนมาก

รัฐบาลบราซิลได้ออกกฎหมายใหม่ในเดือนธันวาคม 2023 เพื่อเก็บภาษีจากบริษัทพนันและควบคุมการดำเนินงานของอุตสาหกรรมการพนัน โดยบริษัทพนันต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับการป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนการก่อการร้าย กฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้ในปี 2025 ซึ่งจะช่วยเพิ่มการควบคุมและลดปัญหาทางสังคมที่อาจเกิดขึ้นจากการพนันที่ไม่ควบคุม

 

เมื่อกลับมามองที่ ประเทศไทย การอภิปรายเรื่องการสร้าง "กาสิโนถูกกฎหมาย" ภายใน "Entertainment Complex" ยังคงเป็นประเด็นที่มีความเห็นแตกต่าง ผู้สนับสนุนมองว่าโครงการนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย การศึกษาแสดงให้เห็นว่า หากไทยดำเนินโครงการดังกล่าว รายได้จากการท่องเที่ยวอาจเพิ่มขึ้นถึง 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวต่อคนอาจสูงขึ้นถึง 52%

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางสังคมยังคงมีอยู่ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการเพิ่มขึ้นของกาสิโนอาจนำไปสู่ปัญหาการติดการพนันที่แพร่หลายมากขึ้น รวมถึงการเพิ่มขึ้นของอาชญากรรมและการฟอกเงิน นอกจากนี้ยังมีคำถามว่าใครจะได้ประโยชน์จากรายได้มหาศาลนี้ หากโครงการดังกล่าวกระจุกตัวในกลุ่มนักธุรกิจขนาดใหญ่

การสร้างโครงการที่สมดุลระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับการจัดการผลกระทบทางสังคม การออกแบบ Entertainment Complex ที่มีกาสิโนเพียงส่วนหนึ่งของระบบนิเวศความบันเทิงทั้งหมดจะช่วยลดการพึ่งพาการพนัน ขณะเดียวกัน กฎระเบียบที่เข้มงวดและระบบตรวจสอบที่โปร่งใสเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

 อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของโครงการนี้ขึ้นอยู่กับการออกกฎหมายและกฎระเบียบที่เข้มงวด เพื่อป้องกันปัญหาทางสังคม เช่น การติดการพนัน และการฟอกเงิน รวมถึงการสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงาน

การเรียนรู้จากประสบการณ์ของประเทศต่างๆ แสดงให้เห็นว่า การเปิดคาสิโนถูกกฎหมายสามารถนำมาซึ่งประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แต่ต้องมาพร้อมกับกฎระเบียบที่เข้มงวดและการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันผลกระทบทางสังคมที่อาจเกิดขึ้น

 

อ้างอิง: