24 กุมภาพันธ์ 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2568 โดยมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมทั้งในที่ประชุมและรูปแบบออนไลน์ ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
นายประเสริฐ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2568 นี้ มีวาระเพื่อพิจารณา จำนวน 1 เรื่อง คือ การดำเนินงานตามนโยบายเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการจัดซื้อจัดหาวัคซีน ตามที่สถาบันวัคซีนแห่งชาติได้ผลักดันนโยบายดังกล่าว โดยได้ดำเนินการนำร่องด้วยวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ใน 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดปทุมธานี และชลบุรี
ปัจจุบันนอกจากโรคไข้หวัดใหญ่ที่เป็นโรคติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจและมีแนวโน้มการระบาดในปี 2568 สูงขึ้น ยังพบว่า โรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสนิวโมคอคคัส พบว่า มีแนวโน้มผู้ป่วยสูงขึ้นในปี 2568 เช่นเดียวกันโดยเฉพาะกลุ่มอายุ 0-4 ปีซึ่งโรคสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนและมีข้อมูลทางวิชาการว่า วัคซีนมีผลในการลดอุบัติการณ์การติดเชื้อชนิดรุนแรงและแพร่กระจายได้
ทั้งนี้ ที่ประชุมให้ความเห็นชอบในหลักการการเพิ่มวัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัสสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เป็นรายชื่อวัคซีนที่มีความสำคัญและจำเป็น พร้อมราคาอ้างอิงและมอบหมายให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติและกรมควบคุมโรค ประสาน อปท. ที่มีความประสงค์จะดำเนินการจัดซื้อจัดหาวัคซีนมาให้บริการแก่ประชาชนในท้องที่ตามนโยบาย
ด้านนายแพทย์นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากเรื่องเพื่อพิจารณาแล้วยังมีเรื่องเพื่อทราบประกอบด้วย 3 เรื่อง ได้แก่
ความก้าวหน้าการสร้างความร่วมมือการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ด้วยเทคโนโลยีเซลล์เพาะเลี้ยงในระดับอุตสาหกรรม ผ่านการสร้างความร่วมมือในรูปแบบบริษัทร่วมทุน ระหว่างองค์การเภสัชกรรม และบริษัท SK Bioscience จำกัด ขณะนี้อยู่ระหว่างขอรับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาศักยภาพการผลิตของไทยให้พร้อมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี
นายแพทย์ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรคได้รายงานว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ได้รับทราบการดำเนินงานของกรมควบคุมโรคซึ่งมีคณะทำงานเพื่อติตตามสถานการณ์และเฝ้าระวังควบคุมโรคในประเทศไทย และเฝ้าระวังเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับวัคซีนพร้อมกระจายวัคซีนไปยังกลุ่มเป้าหมาย