GULF แต่งตัวนำบ.ใหม่เข้าเทรด 3 เม.ย. 68 กางงบปี 68 อัด 2.3 หมื่นล้าน อัพแกร่ง

25 ก.พ. 2568 | 19:18 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ก.พ. 2568 | 19:18 น.

GULF ใส่เกียร์ควบรวม INTUCH เล็งนำบริษัทใหม่ "บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์" เริ่มเทรด 3 เม.ย.68 หนุนฐานะการเงินแข็งแกร่ง EBITDA โตต่อเนื่อง พร้อมลด D/E เหลือ 0.8 เท่า วางงบ 9 หมื่ล้าน รองรับการลงทุนเสริมแกร่งปี 68-72

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในเรื่องของการควบรวมกับ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) เพื่อจัดตั้งบริษัทใหม่ ภายใต้ชื่อ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

โดยคาดว่าการควบรวมในครั้งนี้ จะทำให้บริษัทใหม่มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น เนื่องจากมีการถือหุ้นตรงสัดส่วน 40% ใน AIS ทำให้สามารถรับรู้กำไร และ EBITDA ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงมีกระแสเงินสดเข้ามาจากการจ่ายปันผลที่กว่า 6,000 ล้านบาท/ปี อีกทั้ง ระดับ D/E ก็จะต่ำลงหลังการควบรวมมาอยู่ที่ 0.8 เท่า จากเดิม 1.8 เท่า เพราะบริษัท INTUCH ไม่มีหนี้

แต่การรวมส่วนผู้ถือหุ้นทำให้ฐานทุนใหญ่ขึ้นมาก ทำให้บริษัทแข็งแกร่งขึ้นและมีรูมในการต่อยอดทั้งธุรกิจด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจดิจิทัลต่างๆ มากขึ้น รวมถึงมองว่าอันดับเครดิตเรทติ้งของบริษัทใหม่จะมีโอกาสปรับตัวดีขึ้นและส่งผลให้ต้นทุนเงินกู้ปรับลดลงได้อีกในอนาคต

ทั้งนี้ ภายหลังการควบรวมกับ INTUCH เป็นบริษัทใหม่จะถือหุ้นโดยตรงใน AIS สัดส่วน 40% ซึ่งสามารถที่จะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเข้ามาได้ไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาทต่อปี

กางแผนงานปี 68

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 68 นั้น บริษัทตั้งเป้ารายได้จะเติบโต 20-25% จากปีก่อนที่ทำได้ 124,585 ล้านบาท หลักๆ เป็นผลจากการเปิดดำเนินการของโครงการใหม่ๆ เช่น โครงการโรงไฟฟ้าหินกอง (HKP) หน่วยที่ 2 ขนาดกำลังการผลิต 770 เมกะวัตต์ (MW) ที่เปิดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา

รวมถึงโครงการโซลาร์ฟาร์ม 7 โครงการ ขนาดรวมเกือบ 600 MW และโครงการโซลาร์รูฟท็อปอีก 110 MW ซึ่งจะส่งผลให้ปี 68 นี้ บริษัทมีกำลังการผลิตใหม่จำนวน 1,500 MW และทำให้กำลังการผลิตรวมของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 16,577 MW จากปีก่อนที่ 15,100 MW

นอกจากนี้ ในปี 68 นี้ บริษัทยังรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปีของโครงการโซลาร์ฟาร์มและโซลาร์แบตเตอรี่ในประเทศทั้งหมดจำนวน 5 โครงการที่เปิดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ไปเมื่อเดือน ธ.ค.67 ขณะเดียวกันก็เป็นปีแรกที่รับรู้รายได้และกำไรเต็มปีของโรงไฟฟ้า GPD ขนาดกำลังการผลิตรวม 2,650 MW

ขณะที่ธุรกิจนำเข้า LNG ปี 68 นี้ บริษัทมีแผนนำเข้าทางเรืออีก 70 ลำ หรือประมาณ 4-5 ล้านตันต่อปี เพื่อนำมาใช้ในโครงการโรงไฟฟ้า IPP รวม 5,000 MW และโครงการโรงไฟฟ้าหินกอง ส่งผลทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้อีกไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท

ในส่วนธุรกิจดิจิทัล คาดว่าศูนย์ข้อมูล (Data center) ที่มีลูกค้าเฟสแรกขนาด 25 เมกะวัตต์ จะเริ่มเปิดให้บริการได้ภายในวันที่ 25 เม.ย.68 และบริษัทมีแผนจะขยายเฟส 2 อีกไม่ต่ำกว่า 50 เมกะวัตต์ ส่วนธุรกิจคลาวด์ในไทยที่ได้พันธมิตรกับ Google คาดจะเปิดให้บริการได้ภายในช่วงกลางปี 68 นี้

5 ปี อัดงบ 9 หมื่นล้าน

ด้านงบลงทุนปี 68 นั้น อยู่ที่ประมาณ 23,000 ล้านบาท โดยสัดส่วนกว่า 70% แบ่งเป็นการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน อาทิ โซลาร์ฟาร์ม,โซลาร์แบตเตอรี่,พลังงานลม และพลังงานน้ำ (เขื่อน) ในประเทศสปป.ลาว รวมถึงการลงทุนในธุรกิจ Data Center เป็นต้น

สำหรับงบลงทุนในช่วง 5 ปีข้างหน้า (ปี 68-72) อยู่ที่กว่า 90,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่สัดส่วนกว่า 80% เป็นการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในประเทศไทย 3,000 MW, พลังงานน้ำในประเทศสปป.ลาว 3,112 MW, พลังงานลมในประเทศอังกฤษ 1,500 MW เป็นต้น

ส่วนที่เหลืออีก 20% นั้น ประกอบด้วย 14% แบ่งเป็นการลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซฯ 600 MW และธุรกิจดิจิทัล-การลงทุนอื่นๆ ราว 5% รวมถึงธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานอีกราว 2% อาทิ โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3,โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางใหญ่-กาญจนบุรี (M81),โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6)