ในปี 2568 ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย คนที่ 21 จะครบวาระการทำงาน 5 ปี หลังจากที่ดำรงตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 จึงต้องมีการเปิดสรรหาผู้ใหม่ คือตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
อย่างไรก็ดี แม้จะครบวาระในการดำรงตำแหน่งในวันที่ 30 กันยายน 2568 แต่ขั้นตอนการสรรหา “ผู้ว่าแบงก์ชาติ” คนใหม่จะเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมที่ผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่ต้องมีระยะเวลาในการเตรียมตัวและเรียนรู้การทำงานจากผู้ว่าแบงก์ชาติคนเดิม
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า ในเดือนมกราคม ได้เตรียมลงนามในคำสั่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ โดยการคัดเลือกผู้ว่าแบงก์ชาติในปีนี้ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากในเรื่องของบุคคลที่สนใจจะลงสมัครเข้ารับการคัดเลือก
แหล่งข่าวจากแวดวงธุรกิจการเงินกล่าวว่าในขณะนี้มีทั้งนักการเงิน และนักเศรษฐศาสตร์ รวมทั้งข้าราชการระดับสูงแสดงความสนใจที่จะรับสมัครเข้าคัดเลือกในตอนนี้แล้วอย่างน้อย 5 คน
ทั้งนี้ทุกคนล้วนมีโปรไฟล์ ทางด้านการศึกษาดี รวมทั้งมีความรู้ความสามารถตรงตามคุณสมบัติ ตามที่ พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด คือต้องมีความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ การเงินการธนาคาร หรือด้านอื่นๆที่เป็นประโยชน์ต่อการดำรงตำแหน่ง "ผู้ว่าแบงก์ชาติ"
สำหรับรายชื่อและประวัติของว่าที่แคนดิเดตทั้ง 5 คน ซึ่งได้รับการจับตาว่าจะลงสมัครคัดเลือกในตำแหน่งผู้ว่าแบงก์ชาติในปีนี้ ได้แก่
1. ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ (อายุ 51 ปี ) ประธานกรรมการบริหารบริษัท SCB Abacus
ก่อนหน้านี้ ดร.สุทธาภา เคยดำรงตำแหน่งรองผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริหารสายงาน Economic Intelligence Center และดูแลสายงานวิเคราะห์ความเสี่ยง (risk analytics) โดยก่อนร่วมงานในแวดวงธนาคารไทย ดร.สุทธาภา มีประสบการณ์ทำงาน ทั้งองค์กรระหว่างประเทศและภาคเอกชนชั้นนำ เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเทศสหรัฐอเมริกา และสายงานบริหารความเสี่ยงของกลุ่มการเงิน ING ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นต้น
2. ดร.ปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยธนชาต (อายุ 55 ปี)
ดร.ปิติเป็นผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ ที่มีบทบาทและประสบการณ์ในการบริหารงานหลายด้านทั้งธุรกิจการเงิน พลังงาน รวมทั้งช่วยการบริหารงานในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ในอดีตเคยรงตำแหน่งสำคัญมีบทบาทในการบริหารความเสี่ยง กำกับดูแล และพัฒนาระบบการเงินในหลายองค์กรชั้นนำ
ในภาคธนาคาร เคยดำรงตำแหน่งเป็น กรรมการในคณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการสินเชื่อ คณะกรรมการกำกับความเสี่ยง และคณะกรรมการกำกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ของ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
นอกจากนี้ ยังเคยเป็น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน และประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ของ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)
ด้านอุตสาหกรรมพลังงาน เคยดำรงตำแหน่งสำคัญใน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ได้แก่ กรรมการสรรหา ประธานกรรมการสรรหา กรรมการบริหารความเสี่ยง กรรมการอิสระ และกรรมการบรรษัทภิบาล
ในภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแล เคยเป็น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการ ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงระบบการเงินและงบประมาณ รวมถึงเป็น ประธานอนุกรรมการด้านการเงินและการบัญชี ของ การรถไฟแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังเคยได้รับแต่งตั้งเป็นหนึ่งในคณะที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีสมัย ประยุทธ์ 2 ในปี 2563 ด้วย
3. ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (อายุ 57 ปี)
ดร.กอบศักดิ์มีประสบกรณ์และความเชี่ยวชาญทั้งเศรษฐศาลตร์ การเงิน และตลาดทุน เคยดำรงตำแหน่งสำคัญทั้งในกาศรัฐและเอกชน เช่น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักบ้านานายกรัฐมนตรี และปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ด้วยอีกตำแหน่ง
4. ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ (อายุ 54 ปี)
ชื่อของดร.เอกนิติ เป็นชื่อแรกที่มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลจะส่งไปสมัครตำแหน่งผู้ว่าแบงก์ชาติเพื่อผสานการทำงานระหว่างรัฐบาลและแบงก์ชาติ แต่ในขณะนี้รัฐบาลมีตัวเลือกมากขึ้นในการสนับสนุนแคนดิเดตคนอื่นๆทำให้โอกาสที่จะสนับสนุนให้ดร.เอกนิติไปสมัครเป็นผู้ว่าแบงก์ชาติลดลงไป แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหมดโอกาสเสียทีเดียว
สำหรับประวัติของ ดร.เอกนิติ มีประสบการณ์บริหารองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนที่สำคัญหลายแห่ง เช่น กรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กรรมการบริหาร ในองค์กรระหว่างประเทศอย่าง Tax Inspectors Without Borders ภายใต้ OECD & UNDP
ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ดร.เอกนิติ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพสามิต อธิบดีกรมสรรพากร ประธานกรรมการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กรรมการบริหารความเสี่ยง บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เป็นต้น
5.ดร.สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และที่ปรึกษาด้าน Future Economy ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) (อายุ 43ปี)
ดร.สันติธารถือว่าเป็นนักเศรษฐศาสตร์ และนักคิดรุ่นใหม่ที่มีคุณสมบัติที่สามารถสมัครเป็นผู้ว่าแบงก์ชาติ นอกจากเป็น กนง.และที่ปึกษาด้านเศรษฐกิจอนาคตของ TDRI ยังเป็นคณะทำงานอนุกรรมการของกฤษฎีการ่างกฎหมายว่าด้วยเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม ที่ปรึกษากรรมการวิสามัญของสภาฯด้านนโยบายปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ดร. สันติธาร มีประสบการณ์ทำงานที่หลากหลายสาขา เคยดำรงตำแหน่งประธานทีมเศรษฐกิจ (Group Chief Economist) และกรรมการผู้จัดการของ Sea Group บริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน และเป็นบริษัทแม่ของ Garena, Shopee และ Seamoney เคยเป็นผู้บริหารสูงสุดของทีมเศรษฐกิจเอเชียที่ธนาคาร Credit Suisse มีหน้าที่วิเคราะห์พยากรณ์เศรษฐกิจและให้คำแนะนำการลงทุนใน10 เศรษฐกิจในเอเชีย ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลสิงคโปร์ให้เป็นคณะกรรมการ Digital Readiness Council ดูแลเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัลของประเทศ
แหล่งข่าวจากแวดวงการเงินและเศรษฐศาสตร์ระบุว่า ในช่วงที่มีการเปิดรับสมัครจริงอาจจะมี "ม้ามืด" ที่จะเข้ามาสมัครเพิ่มในช่วงโค้งสุดท้ายเพิ่มอีกก็ยังมีความเป็นไปได้ เพราะผู้ว่าฯธปท.ใช้วิธีเปิดรับสมัครคัดเลือกซึ่ง หากมีผู้สมัครมาก อาจต้องตัดสินกันด้วยการแสดงวิสิยทัศน์
เมื่อดูจากรายชื่อของผู้ที่สนใจสมัครคัดเลือกในขณะนี้แหล่งข่าวระบุว่า 2 คนที่เป็นตัวเต็ง มีภาษีเหนือกว่าคู่แข่งคนอื่นๆก็คือ ดร.สุทธาภา ซึ่งมีแรงส่งทางการเมือง จากการที่มีนามสกุลเดียวกับคนในรัฐบาล
ขณะที่ตัวเต็งอีกคนคือ ดร.ปิติ ซึ่งจากประสบการณ์และความสามารถในการบริหารธนาคารพาณิชย์ จากทหารไทย มาถึง TTB ธนชาต นอกจากนั้นยังมีบทบาทในการช่วยเสนอแนะ และช่วยผลักดันโครงการต่างๆของรัฐบาลที่เกี่ยวกับเรื่องการเงินมาตั้งแต่ในอดีตหลายโครงการ ก็ทำให้ ดร.ปิติ ดูจะครบเครื่องและมีโอกาสไม่น้อยที่จะได้นั่งในตำผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่
เปิดขั้นตอนการสรรหาผู้ว่าแบงก์ชาติ คนใหม่
เดือนมีนาคม
เดือนเมษายน - พฤษภาคม
เดือนพฤษภาคม - มิถุนายน
คุณสมบัติทั่วไป
เดือนมิถุนายน
เดือนมิถุนายน - สิงหาคม
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ