วันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2568) แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบความคิดเห็นของหน่วยงานต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ โดยมีความคิดเห็นของทั้งกระทรวงคมนาคม และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ดังนี้
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอว่า : การกำหนดให้ใช้สิทธิสวัสดิการผ่านบัตรประจำตัวประชาชน ตามที่คณะกรรมการฯ เสนอแม้ว่าจะช่วยให้ภาครัฐสามารถบริหารจัดการงบประมาณในการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ อาจไม่สามารถจัดเตรียมบุคลากรและอุปกรณ์เพื่อรองรับการตรวจสอบสิทธิในการใช้บริการทุกครั้งได้อย่างเพียงพอ
ดังนั้น จึงเห็นควรมอบหมายให้ กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกันเร่งพิจารณาแนวทางการกำหนดให้ผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะจัดให้มีระบบการตรวจสอบสิทธิที่เพียงพอและพัฒนาบัตรประจำตัวประชาชนให้สามารถรองรับการบริการต่าง ๆ ของภาครัฐ
รวมถึงระบบขนส่งสาธารณะแบบทันที (Real - time) ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นกลไกที่สำคัญของการพัฒนายกระดับบริการภาครัฐให้เป็นรัฐบาลดิจิทัลต่อไป
กระทรวงการคมนาคม เสนอว่า : คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม อาจพิจารณาปรับเพิ่มวงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ จาก 750 บาทต่อคนต่อเดือน เป็น 1,500 บาทต่อคนต่อเดือน โดยไม่จำกัดวงเงินตามประเภทรถ
อย่างไรก็ตามที่ประชุมครม.ได้มอบหมายให้นำความคิดเห็นดังกล่าวไปพิจารณาความเหมาะสมต่อไป
สำหรับมติครม.ครั้งนี้ ได้เห็นชอบแนวทางการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ ตามมาตรฐานกลาง ระบบตั๋วร่วม (แมงมุม) 2.5 หรือ บัตรสวัสดิการฯ Version 2.5 ที่ใช้เกินวงเงิน โดยยกเลิกการชำระค่าโดยสารได้เกินวงเงิน 500 บาท 1 ครั้งต่อเดือน โดยวงเงินที่เกินจะนำไปหักจากวงเงินในเดือนถัดไป (ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2561
อย่างไรก็ตามที่ประชุมครม. ได้มอบหมายกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลางไปดำเนินการ ดังนี้
1.ผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ที่ใช้สิทธิเกินวงเงิน 246 ราย จำนวนเงิน 12,496 บาท ให้กรมบัญชีกลางนำจำนวนเงินค่าโดยสารที่ใช้เกินข้างต้นเบิกจ่ายจากกองทุนประชารัฐสวัสดิการ เพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ชำระให้แก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แทนผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติดังกล่าว
2.ผู้ที่ผ่านคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนฯ ปี 2565 ที่ใช้สิทธิเกินวงเงินและยืนยันตัวตนแล้ว 356 ราย จำนวนเงิน 15,793 บาท ให้นำจำนวนเงินค่าโดยสารที่ใช้เกินไปหักจากวงเงินในเดือนถัดไป