แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ได้มีการหารือถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง ภายหลังจากที่ประชุมครม.ได้หารือกันถึงวาระการประชุมสุดท้าย ซึ่งเป็นวาระลับ โดยได้เชิญผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากห้องประชุมครม.ไปเป็นที่เรียบร้อย
ทั้งนี้มีรายงานว่า หลังจากหารือวาระลับเสร็จสิ้น และที่ประชุมครม.เตรียมที่จะปิดประชุม แต่นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ขอให้ที่ประชุมย้อนกลับมาพิจารณาวาระเพื่อทราบใหม่อีกครั้ง ซึ่งเป็นวาระที่กระทรวงการคลังรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 3 ปี 2567
โดยในวาระดังกล่าว กระทรวงการคลังได้เสนอความเห็นประกอบการพิจารณา มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินนโยบายทางการเงิน และนโยบายการคลังจะต้องสอดคล้องไปด้วยกัน ซึ่งวาระนี้ที่ประชุมครม. จะรายงานมติให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในลำดับต่อไป โดยเฉพาะการรายงานไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ด้วย
ด้านนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง ระบุว่า ที่ประชุมครม. ให้ความเห็นส่งไปยัง ธปท. มีสาระสำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ 1.การดำเนินนโยบายการเงินควรคำนึงถึงกรอบเงินเฟ้อเป้าหมายที่ 1-3% และ 2.ให้มีทิศทางที่สอดคล้องกับการดำเนินนโยบายการคลัง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ส่วนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันพรุ่งนี้ อยากให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างไรบ้างนั้น รมช.คลัง ยอมรับว่า ควรพิจารณาอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากหลายปัจจัย ว่าเมื่อมีการปรับลดแล้วนั้นจะส่งผลต่อค่าเงินเฟ้อ อัตราแลกเปลี่ยน และการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างไรด้วย