"เต็ดตรา แพ้ค" ผนึกดัชมิลล์ ชูนวัตกรรมดิจิทัล เจาะลึกลูกค้าตัวจริง

26 ก.พ. 2568 | 05:16 น.

"เต็ดตรา แพ้ค" เผย 6 เทรนด์ตลาดบรรจุภัณฑ์ดันนวัตกรรมดิจิทัล ผนึกดัชมิลล์ เจาะลึกพฤติกรรมลูกค้า ยกระดับ CRM ผ่าน QR Code ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

นายสุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดบรรจุภัณฑ์ยังคงเติบโตต่อเนื่อง แม้แนวโน้มการขยายตัวจะขึ้นอยู่กับแต่ละเซกเมนต์ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าส่งออกที่มีปัจจัยหลายด้านเข้ามากำหนดทิศทาง

ล่าสุด เต็ดตรา แพ้ค ได้จัดทำ "Trendipedia Consumer Trends 2025" หรือรายงานแนวโน้มผู้บริโภคปี 2568 ซึ่งจัดทำขึ้นทุก 2 ปี พบว่ามี 6 เทรนด์หลักที่จะเป็นตัวกำหนดอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคใน 5 ปีข้างหน้า ได้แก่

\"เต็ดตรา แพ้ค\" ผนึกดัชมิลล์ ชูนวัตกรรมดิจิทัล เจาะลึกลูกค้าตัวจริง

  1. WELLNESS WAVE – ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น
  2. GREEN VALUE CHAIN – ความยั่งยืนเป็นปัจจัยสำคัญ
  3. CONVENIENCE UNLOCKED – บรรจุภัณฑ์ต้องตอบโจทย์ความสะดวกสบาย
  4. EXPERIENCE MORE – ยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภค
  5. ROOTED ORIGINS – ความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและสินค้า
  6. PURSUIT OF VALUE – ความคุ้มค่าในทุกการใช้จ่าย

EXPERIENCE MORE เทรนด์ใหม่ขับเคลื่อนตลาดบรรจุภัณฑ์

หนึ่งในเทรนด์ที่น่าจับตามากที่สุดคือ "EXPERIENCE MORE" หรือการยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภค ผ่านการบูรณาการระหว่างโลกดิจิทัลและสินค้าจริง ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการประสบการณ์ที่มากกว่า ไม่เพียงแค่การบริโภคสินค้า แต่รวมถึงการได้รับแรงบันดาลใจและความตื่นเต้นจากผลิตภัณฑ์

จากผลสำรวจพบว่า 85% ของผู้บริโภคไทย ให้ความสำคัญกับการค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ และประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 67% เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น พบว่า

  • จีน 78%
  • อินเดีย 80%
  • เวียดนาม 80%
  • ญี่ปุ่น 39%

\"เต็ดตรา แพ้ค\" ผนึกดัชมิลล์ ชูนวัตกรรมดิจิทัล เจาะลึกลูกค้าตัวจริง

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่าผู้บริโภคไทยต้องการสินค้าที่สามารถสร้างอารมณ์ร่วมและเพิ่มมูลค่าให้กับประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถโต้ตอบได้ การใช้ AR หรือการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มดิจิทัล

"แบรนด์ที่สามารถตอบโจทย์ ‘EXPERIENCE MORE’ จะได้เปรียบในตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เช่น ดัชมิลล์ ที่ใช้เทคโนโลยีเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า" 

ทั้งนี้ เทรนด์ดังกล่าวยังสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกที่นำเทคโนโลยีมาปรับปรุงคุณภาพชีวิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า และทำให้แบรนด์สามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้มากขึ้น

ดัชมิลล์ จัด แคมเปญ Dutch Mill Point Rewards ผ่าน QR Code บรรจุภัณฑ์

นายจิตรภณ ไตรรัตน์วรวุฒิ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ดัชมิลล์ จำกัด กล่าวว่า "ดัชมิลล์" ยังคงรักษาผู้นำตลาดนมเปรี้ยว ด้วยยอดผลิตกว่า 10 ล้านชิ้นต่อวัน ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย โดยยังคงเดินหน้าเสริมแกร่งกลยุทธ์ CRM

และเมื่อเดือนธันวาคมปี 2567 ที่ผ่านมาเปิดตัวแคมเปญ Dutch Mill Point Rewards ผ่าน QR Code บนบรรจุภัณฑ์กว่า 30 รายการ ผนึกกำลัง เต็ดตรา แพ้ค ตอบโจทย์ยุค Data-Driven Marketing

แคมเปญนี้ไม่ใช่แค่สะสมแต้ม

Dutch Mill Point Rewards ไม่ใช่เพียงโปรแกรมสะสมแต้มเพื่อแลกของรางวัล แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ดัชมิลล์เข้าใจพฤติกรรมการบริโภค เช่น ความถี่ในการซื้อ สินค้ายอดนิยม และช่วงเวลาที่ลูกค้าเลือกซื้อมากที่สุด จะเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการพัฒนาสินค้าและกลยุทธ์การตลาดให้แม่นยำขึ้น

\"เต็ดตรา แพ้ค\" ผนึกดัชมิลล์ ชูนวัตกรรมดิจิทัล เจาะลึกลูกค้าตัวจริง

บริษัทตั้งเป้าดึงฐานสมาชิกหลักล้านราย ผ่านระบบ QR Code ซึ่งเทคโนโลยีนี้ถูกนำเข้าจากจีนและอินโดนีเซีย เพื่อตอกย้ำแนวทาง “ตลาดพร้อมดื่ม” (Ready-to-Drink) ที่กำลังเติบโต โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องดื่มนมถั่วเหลืองที่มีมูลค่าตลาดราว 15,000 ล้านบาท และเติบโตเฉลี่ยปีละ 5%

3 อันดับสินค้าขายดีของดัชมิลล์

แม้ตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มมีการแข่งขันสูงแต่ 3 แบรนด์หลักของดัชมิลล์ยังคงครองตลาด

อันดับ 1: ดัชมิลล์ นมเปรี้ยว ยังคงเป็นเรือธงหลัก กินสัดส่วนมากกว่า 60% ของยอดขายทั้งหมด ฐานลูกค้าครอบคลุมตั้งแต่เด็กจนถึง Gen Y

อันดับ 2: ดีน่า นมถั่วเหลือง Plant-Based เจาะตลาดสายสุขภาพ

อันดับ 3: ดีมอลต์  นมมอลต์เสริมโภชนาการ เจาะตลาดคนรักสุขภาพ

ทั้งนี้ ตลาดนมถั่วเหลืองมีการแข่งขันสูง โดยดัชมิลล์ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ที่ 44% ตามมาด้วยไวตามิลค์ราว 26-27%

กลยุทธ์ Personalization ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่

แนวโน้มผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับโภชนาการมากขึ้น เช่น ปริมาณน้ำตาล ไขมัน และสารอาหาร ทำให้บริษัทต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการแบบ Personalized Nutrition มากขึ้น

"วันนี้ลูกค้าไม่ได้มองแค่ว่า ‘นมเปรี้ยว’ คืออะไร แต่ให้ความสำคัญกับคุณค่าทางโภชนาการ เราจึงต้องปรับกลยุทธ์การสื่อสารและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ได้ตรงจุด"

ส่วนประเด็นภาษีน้ำตาล ดัชมิลล์ยืนยันว่า ไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากควบคุมปริมาณน้ำตาลอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล

“หนุ่ม กรรชัย” พรีเซ็นเตอร์ครบรอบ 40 ปี - ดีน่าเตรียมดึง "ต้าเหนิง" เสริมทัพ

เพื่อเสริมภาพลักษณ์องค์กรและสร้าง Brand Engagement ในรอบ 40 ปี ดัชมิลล์ดึง “หนุ่ม กรรชัย” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ของแคมเปญ “หน่วยกู้สู้ค่าครองชีพ” ซึ่งได้รับการตอบรับดีจากผู้บริโภค เนื่องจากพิธีกรชื่อดังรายนี้เป็นที่รู้จักและมีภาพลักษณ์ของการช่วยเหลือสังคม

ขณะเดียวกัน ดิน่า เตรียมเปลี่ยนพรีเซ็นเตอร์เป็น “ต้าเหนิง” ดาราวัยรุ่นชื่อดัง หวังขยายฐานลูกค้าเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และสายสุขภาพ

ปัจจุบัน ดัชมิลล์ส่งออกไปแล้วกว่า 20 ประเทศ โดยตลาดหลักยังคงเป็นอาเซียนและเริ่มรุกเข้าสู่ ตะวันออกกลาง ล่าสุดบริษัทมีแผนรุกตลาดสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในตลาดศักยภาพสูงของกลุ่ม Plant-Based และผลิตภัณฑ์ Ready-to-Drink ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้ของดัชมิลล์ยังคงมาจากตลาดในประเทศเป็นหลัก 80% ขณะที่รายได้จากต่างประเทศอยู่ที่ 20%