เปิด‘ปทุมมา’โมเดล AI สัญชาติไทย เล็งดึงพันธมิตร ต่อยอดสู่ Agentic AI 

15 ก.พ. 2568 | 07:19 น.

 เนคเทค พัฒนา “Pathumma LLM” โมเดล AI สัญชาติไทย มุ่งเน้นความเชี่ยวชาญทั้งภาษา ข้อมูล และบริบทไทย เปิดให้ทดลองใช้งานแล้วในรูปแบบ APP-API-Model เตรียมจับมือพันธมิตรภาครัฐ-เอกชนพัฒนาโมเดลพื้นฐานขนาดใหญ่ พร้อมเดินหน้าสู่ Agentic AI ที่คิดวิเคราะห์และตัดสินใจอัตโนมัติ

ท่ามกลางกระแสความนิยมของเทคโนโลยี Large Language Model (LLM) หรือโมเดล AI ขนาดใหญ่ที่มีความสามารถด้านการประมวลผลภาษาและการสื่อสารแบบมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้พัฒนา Pathumma LLM หรือปทุมมา แอลแอลเอ็ม โมเดล AI ขนาดใหญ่สัญชาติไทย เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนระบบบริการ AI ในประเทศ

เปิด‘ปทุมมา’โมเดล AI สัญชาติไทย เล็งดึงพันธมิตร ต่อยอดสู่ Agentic AI 

ดร.ศราวุธ คงยัง นักวิจัยกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช.เปิดเผยว่า ในปัจจุบันโมเดล LLM สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ โมเดลแบบปิด (close model) ที่ผู้พัฒนาไม่เปิดให้สาธารณะดาวน์โหลดไปพัฒนาต่อ เช่น Chat-GPT, Gemini, Claude และโมเดลแบบเปิด (open model) ที่ผู้พัฒนาเปิดให้สาธารณะดาวน์โหลดไปพัฒนาต่อได้ เช่น Gemma, Sea Lion, Typhoon, THaLLE

โดย Pathumma LLM ถูกพัฒนาขึ้นในรูปแบบโมเดลแบบเปิด เพื่อแก้ไขข้อจำกัดของโมเดลแบบปิดที่อาจขาดความคล่องตัวในการใช้งาน โดยเฉพาะในองค์กรที่ต้องปกปิดข้อมูล เช่น ธนาคาร สถานพยาบาล หรือศาล รวมถึงการใช้งานเฉพาะทางของประเทศไทย เช่น การเรียบเรียงเอกสารราชการไทย หรือการสื่อสารภาษาถิ่นไทย

เปิด‘ปทุมมา’โมเดล AI สัญชาติไทย เล็งดึงพันธมิตร ต่อยอดสู่ Agentic AI 


“ทีมวิจัยได้นำความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโมเดล AI และความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานในระดับสากลของ สวทช. เช่น ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ลันตา (LANTA) มาใช้ในการผลิต Pathumma LLM ปัจจุบันได้เปิดให้ทดลองใช้งานเวอร์ชัน 1.0.0 แล้วที่เว็บไซต์ AI For Thai  โดยผู้สนใจสามารถเข้าถึงได้ใน 3 รูปแบบ ได้แก่ APP สำหรับบุคคลทั่วไปใช้งานผ่านเว็บแอปพลิเคชัน API สำหรับนักพัฒนาที่ต้องการดึงข้อมูลไปแสดงผลที่หน้าเว็บไซต์ของตัวเอง และ Model สำหรับนักพัฒนาที่ต้องการดาวน์โหลดโมเดลไปพัฒนาต่อ”

สำหรับจุดเด่นของ Pathumma LLM คือการเป็น Multi-Modal Generative AI ที่รองรับการประมวลผลข้อมูลได้ 3 รูปแบบ รูปแบบแรกคือ Text LLM หรือโมเดลสำหรับประมวลผลคำถามหรือคำสั่งที่เป็นข้อความ ซึ่งผ่านการปรับแต่งให้เหมาะกับการสืบค้นข้อมูลและตอบคำถามอย่างเป็นเหตุเป็นผล ทำให้เหมาะแก่การพัฒนาต่อยอดเพื่อใช้ประมวลผลข้อมูลเฉพาะขององค์กรต่างๆ เช่น กรมสรรพากรสามารถใช้พัฒนาแชตบอตตอบข้อซักถามด้านการยื่นภาษีแก่ประชาชน หรือหน่วยงานวิจัยสามารถใช้พัฒนาแชตบอตสำหรับสืบค้นและสรุปภาพรวมข้อมูลงานวิจัยขององค์กร

เปิด‘ปทุมมา’โมเดล AI สัญชาติไทย เล็งดึงพันธมิตร ต่อยอดสู่ Agentic AI 

รูปแบบที่สองคือ Audio LLM หรือโมเดลสำหรับประมวลผลข้อมูลที่เป็นเสียง โมเดลนี้ผ่านการปรับแต่งให้สามารถถอดความจากเสียงได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ สร้างคำบรรยายเสียงบรรยากาศแวดล้อม ระบุอารมณ์และเพศของผู้พูด รวมถึงตอบคำถามหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาภายในคลิปได้

ส่วนรูปแบบที่สามคือ Vision LLM หรือโมเดลสำหรับประมวลผลข้อมูลที่เป็นภาพ ซึ่งผ่านการปรับแต่งให้สามารถสร้างคำบรรยายภาพ ถอดข้อความที่อยู่ในภาพ และตอบคำถามหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาพนั้นๆ ได้

อย่างไรก็ตาม การจะเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพการทำงานให้แก่ LLM จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยหลายด้าน โดยเฉพาะปริมาณ คุณภาพ และความทันสมัยของข้อมูล รวมถึงความพร้อมด้านระบบโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบคลาวด์คอมพิวติง (cloud computing) สำหรับใช้ประมวลผล AI ดังนั้น ทีมวิจัยจึงมีแผนที่จะเริ่มดำเนินงานความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนไทยในการพัฒนา foundation model หรือโมเดลพื้นฐานสำหรับประเทศไทยที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับปริมาณข้อมูลและพารามิเตอร์ที่ใช้ในการเทรนโมเดล AI โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานภายในกุมภาพันธ์ 2568

นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังมีแผนจะขอความอนุเคราะห์ข้อมูลที่เปิดเผยได้ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนไทยมาใช้เทรน AI เพื่อให้ Pathumma LLM มีฐานข้อมูลมากพอแก่การเป็นโมเดลแบบเปิดที่เชี่ยวชาญทั้งภาษา ข้อมูล และบริบทไทย และมีส่วนช่วยขับเคลื่อน AI Governance หรือการใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและระบบบริการของภาครัฐในอนาคต

“เป้าหมายต่อไปของการพัฒนาระบบ Pathumma LLM ที่ทีมวิจัยตั้งไว้ นอกจากการเพิ่มจุดแข็งด้านข้อมูลและความสามารถในการเป็น Generative AI แล้ว ทีมวิจัยยังมีแผนจะพัฒนาให้ Pathumma LLM ก้าวสู่การเป็น Agentic AI หรือ AI ที่มีศักยภาพในการคิดวิเคราะห์และตัดสินใจด้วยตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพโดยอัตโนมัติ เช่น AI ผู้ช่วยส่วนตัวที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลตลาดและซื้อขายหุ้นตามเงื่อนไขให้โดยอัตโนมัติ หรือแชตบอตช่วยแนะนำระบบบริการที่สอดคล้องกับความสนใจของผู้ใช้งานพร้อมช่วยตรวจสอบสถานะของงานให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งการยกระดับสู่ Agentic AI เป็นเทรนด์เทคโนโลยีที่ผู้พัฒนาทั่วโลกต่างกำลังให้ความสำคัญ ณ ขณะนี้ด้วยเช่นกัน”