ที่ดินย่านศูนย์กลางธุรกิจขยับร้อนแรงสวนทางเศรษฐกิจชะลอตัวเนื่องจากความต้องการยังมีต่อเนื่องขณะที่ดินหายาก และมีราคาแพง จุดเริ่มต้นของราคาที่ดินปรับตัวเริ่มมาจากโครงการสินธร วิลเลจ ของบริษัท สยามสินธร จำกัด พัฒนาโครงการมิกซ์ยูส บนที่ดินลิสโฮลด์ มาตั้งแต่ 12 ปีก่อน
ครั้งนั้นราคา อยู่ที่ตารางวาละ 9 แสนถึง 1 ล้านบาท เท่ากับ ที่ดินฟรีโฮลด์ ของ “เซ็นทรัล เอ็มบาสซี” ที่กลุ่มเซ็นทรัลซื้อต่อมาจากสถานทูตอังกฤษ เรียกเสียงฮือฮาอย่างมาก ขณะโครงการนิมิต ของ “เพซ ดีเวลอปเมนท์” ซื้อที่ดินตารางวาละ 2 ล้านบาท
ในเวลาต่อมา ราวปี 2561 ในซอยหลังสวน ใกล้สถานีชิดลม ตรงข้ามโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย สร้างปรากฎการณ์ สะท้านวงการอสังหาริมทรัพย์ และนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงของที่ดินกลางใจเมืองครั้งสำคัญเมื่อบริษัท สโคป จำกัด โดยบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ประมูลซื้อที่ดิน ของตระกูลพิชัยรณรงค์สงคราม บ้านเก่าแก่เนื้อ 2 ไร่ เศษในราคา ตารางวาละ 3.1 ล้านบาท พัฒนาโครงการสุดหรู สโคป หลังสวน จุดประกายให้ที่ดินย่านใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานคร ขยายวงปรับราคาที่ดินไปที่3ล้านบาทต่อตารางวา
ไม่เพียงเท่านั้น เปิดบันทึก ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ บนถนนสารสิน ย่านปทุมวัน ตารางวาละ 3.9 ล้านบาท ทำนิวไฮที่ดินแพงสุดในประเทศ ไทย เมื่อบมจ.แสนสิริ ประกาศสวนโควิด ปิดดีลซื้อที่ดิน ฟรีโฮลด์ ในเดือนเมษายน 2563
ล้มแชมป์เก่า “สโคป” เนื้อที่เกือบ 2 ไร่ พร้อมอาคารซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น “ฮักส์” ที่มีกระแสข่าวออกมาเป็นระยะว่าจะพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมซูเปอร์ลักชัวรี ตารางเมตรละ 1 ล้านบาท เพียง 14 ยูนิตเท่านั้น และเป็นที่มาของราคาที่ดิน 4 ล้านบาทต่อตารางวา
นายสืบพงษ์ เกียรติวิศาลชัย รองกรรมการผู้จัดการ บริษท สยามสินธร จำกัด วิเคราะห์ว่าในระยะ 10 ปี พบว่าที่ดินในย่านศูนย์กลางธุรกิจ ขยับขึ้นมา 400% เป็นเรื่องที่ดีสำหรับ โครงการ สินธร วิลเลจ ที่ทำให้มูลค่าโครงการ ราคาขยับดีขึ้นแต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ โดยทำเลเพลินจิต วิทยุ หลังสวน พระราม4 ราชประสงค์
โดยเป็นที่ดินที่แพงที่สุดแต่การพัฒนาส่วนใหญ่เป็นนิว ดีเวลลอปเมนท์สวนทางวิธีคิดของการพัฒนาเพราะที่ดินแพงจะพัฒนายาก แต่กลายเป็นว่ามีโครงการใหม่ขึ้นตลอดเวลาเพราะว่าศักยภาพโตเร็วกว่าราคาที่ดิน ทำให้เกิดความคุ้มทุนที่จะทุบสร้างใหม่ที่น่าจับตา !!!