"ทายาทเจ้าสัวเจริญ" พลิกที่ดิน 4,600 ไร่ ปั้นเมืองอุตสาหกรรมเชื่อมEEC

14 ก.พ. 2568 | 06:57 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ก.พ. 2568 | 10:52 น.
19.9 k

ทำเล บางนา-ตราด กม. 32 สมุทรปราการ บูม เชื่อม EEC -สุวรรณภูมิ - กทม. ราคาที่ดินพุ่ง "ปณต สิริวัฒนภักดี" ทายาทเจ้าสัวเจริญพลิกที่ดิน 4,600 ไร่ ดึงพันธมิตร ปั้นเมืองอุตสาหกรรม “อารยะ ดิ อิสเทิร์น เกตเวย์”ประเดิมเฟสแรก 2หมื่นล้าน

 

นับเป็นที่ดินผืนประวัติศาสตร์ สำหรับที่ดิน “กฤษดามหานคร” 4,600ไร่ บนถนนบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 32 จังหวัดสมุทรปราการที่สร้างความฮือฮาเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน เมื่อเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ชนะการประมูล จากกรมบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดที่ ราคา 8,914.07 ล้านบาท ในนามบริษัท ทีอาร์เอ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ เครือบริษัท ไทยเบฟเวอร์เรจ จำกัด (มหาชน) ซึ่งในครั้งนั้นสู้กันดุเดือด กับกลุ่มเจ้าของที่ดินเดิม กระทั้งต้องมีการประมูลกันถึง 5 ครั้ง เนื่องจากเป็นทำเลศักยภาพ ใกล้เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)  สนามบินสุวรรณภูมิ เดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองสะดวกสบาย ที่จะสร้างความเจริญต่อยอดในอนาคตเกิดการจ้างงานสร้างอาชีพได้อย่างมหาศาล

เมืองอุตสาหกรรม

 ย้อนไปก่อนหน้านี้ บริษัท ทีอาร์เอ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จดทะเบียนเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2560 เพื่อประกอบกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท โดยโครงสร้างผู้ถือหุ้น ทีอาร์เอ ฯ ประกอบด้วย บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TICON  (บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในปัจจุบัน) ถือหุ้น 50 %, บริษัท สวนอุตสหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) หรือ ROJNA 25% และนิคมอุตสาหกรรมเอเชีย ถือหุ้น 25%

 

ล่าสุดได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ที่น่าจับตาเมื่อ ทายาทเจ้าสัวเจริญ นำโดยนายปณต สิริวัฒนภักดี  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด  และพันธมิตร ประกาศคิกออฟ  “อารยะ ดิ อิสเทิร์น เกตเวย์” เมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจรรูปแบบใหม่ แห่งแรกของไทย เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568

โดยมีหมุดหมาย เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญช่วยรัฐบาลขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ในนาม บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด ตั้งขึ้นเพื่อบริหารจัดการโครงการดังกล่าวภายใต้การร่วมทุน 3 กลุ่มยักษ์ใหญ่ ประกอบด้วย บริษัทเฟรเซอร์ พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย)จำกัด (มหาชน) ,บริษัทสวนอุตสาหกรรมโรจนะจำกัด (มหาชน) และบริษัทนิคมอุตสาหกรรมเอเชียจำกัด หรือ เอเชีย อินดัสเตรียล เอสเตท 

นายปณต สิริวัฒนภักดี 

คลื่นลูกใหม่ลงทุนครั้งใหญ่

โดยนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มองว่า มาถูกที่ถูกจังหวะเวลา เมื่อคลื่นลูกใหม่ของการลงทุนครั้งใหญ่ ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน  พร้อมสะท้อนตัวเลขการลงทุน ปีที่ผ่านมา ได้รับคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงขึ้นเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุน โดยมีจำนวน 3,137 โครงการ เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ผังพัฒนาเมืองอุตสาหกรรม

นับเป็นยอดจำนวนโครงการที่สูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบีโอไอ และมีมูลค่าเงินลงทุน 1.13 ล้านล้านบาทเพิ่มขึ้น 35% สูงสุดในรอบ 10 ปี ตอกยํ้าถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เห็นว่าประเทศไทยมีจุดแข็งหลายด้านทั้งความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่รองรับอุตสาหกรรม ไฟฟ้าที่มีความเสถียรและมีศักยภาพด้านพลังงานสะอาด บุคลากรที่มีคุณภาพ ซัพพลายเชนที่ครบวงจร ต้นทุนการประกอบธุรกิจที่เหมาะสม มาตรการสนับสนุนต่างๆ ของรัฐบาล สิทธิประโยชน์และการบริการต่าง ๆ ของบีโอไอ

 ขณะที่ดิน เป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุนจะมองหาที่ดินที่มีความพร้อม ทางด้านของทำเลที่ตั้ง สาธารณูปโภค ระบบโลจิสติกส์  สิ่งอำนวยความสะดวกโดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ต้องการ อีโคซิสเต็ม สามารถดึงธุรกิจซัพพอร์ตเข้ามาทำงานในพื้นที่ได้ซึ่งมองว่า “อารยะ ดิ อิสเทิร์น เกตเวย์” มีความพร้อม

ปั้นเมืองต่อยอดเศรษฐกิจประเทศ

นายปณต กล่าวในนามตัวแทนกลุ่มร่วมทุน3ส่วน ว่า ตลอดระยะเวลา 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2017 (2560)    ได้ร่วมกันปลุกปั้นที่ดินผืนประวัติศาสตร์ เป็นการร่วมมือกันที่พิเศษ เนื่องจากมุ่งหวังใช้พื้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของประเทศ

“โอกาส ทั้ง3กลุ่ม เข้ามาปลุกปั้นตั้งแต่ปี2017 เป็นความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่นว่าเราจะรวมที่ดินผืนที่มีค่าและต่อยอดให้กับเศรษฐกิจของประเทศ”

 

เฟสแรกลงทุน2หมื่นล้านบาท ดึงบิ๊กทุนเข้าลงทุน

“ฐานเศรษฐกิจ”สอบถาม ถึงแผนดำเนินโครงการ และมูลค่าเมืองอุตสาหกรรมฯ นายปณตกล่าวว่ามีแนวทางการพัฒนาโครงการที่ไปได้ดี โดยรองรับไว้ 2-3 ระยะ ซึ่งในเฟสแรก ลงทุนประมาณ20,000ล้านบาท ซี่งจะมีรายละเอียด แต่ละเฟสนำเสนอต่อไป

 โดยแผน กำหนดไว้ 3เฟส ขึ้นอยู่กับตลาดและการลงทุน ที่ขณะนี้ โดยยึดถือแนวทางการพัฒนาของหน่วยงานส่งเสริมบีโอไอรวมทั้งพื้นที่ที่เราอยากพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมเพื่อซัพพอร์ตอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็กเพื่อเข้าพื้นที่ได้ง่าย และการจัดการที่ดี ขณะการร่วมลงทุน 3 พันธมิตร เป็นการถือหุ้นโดย เฟรเซอร์ พร็อพเพอร์ตี้ ฯ 50%  สวนอุตสาหกรรมโรจนะ และเอเชีย อินดัสเตรียล เอสเตท  อย่างละ25%

ทุนยักษ์ต่างชาติช้อปที่ดิน

 เมื่อถามถึงที่ดิน นายปณต ระบุว่าเป็นของเฟรเซอร์สฯ ได้เปิดเป็น “ฟรีโฮลด์” ให้นักลงทุนต่างชาติ ซื้อเพื่อพัฒนานิคมอุตสาหกรรม ภายใต้บริษัทอาริยะ แลนด์ดีเวลอปเม้นต์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาโครงการเมืองอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพสูง อยู่กึ่งกลางการเชื่อมต่อเข้าสู่กรุงเทพ มหานครสะดวก ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ และประตูบานแรกเปิดออกสู่พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และพื้นที่ใกล้เคียง

กมลกาญจน์ คงคาทอง

ด้านนางสาวกมลกาญจน์ คงคาทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด เผยว่าเมืองอุตสาหกรรมที่คงรูปแบบโกบิยอนด์  มีหลายสัดส่วนเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นโลจิสติกส์  คอมเมอร์เชียล เป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ในเชิงระบบนิเวศได้อย่างลงตัว ลงทุนงบ 20,000 ล้านบาท เฟสแรก พื้นที่ 2,000 ไร่  คาดว่าใช้เวลา 2-3 ปี นับจากนี้  ซึ่งล่าสุดมีนักลงทุน จากประเทศเยอรมนีซื้อที่ดินไปแล้วกว่า 100 ไร่ และมีแผนขายให้กับนักลงทุนต่างชาติอีก 300-400 ไร่ ในเร็วนี้ เพื่อพัฒนานิคมอุตสาหกรรมหลักๆ ส่วนการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เช่นที่อยู่อาศัย คอมมูนิตี้มอลล์ ฯลฯ จะเป็นเฟสหลังโดยต้องรอให้ลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมเข้ามาอยู่ก่อน โดยเน้นกลุ่มทุนต่างชาติ ซื้อที่ดินเพื่อลงทุน ซึ่งมีทั้งยุโรป อเมริกา จีน ไต้หวัน ฯลฯ 

จุดพลุระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรม

“อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์” ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด ระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรม  ที่เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน หรือ Industrial Tech Ecosystem โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบุกเบิกระบบนิเวศแห่งนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยีขั้นสูง และโลจิสติกส์แบบครบวงจรที่ยังไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย พร้อมสนับสนุนความสำเร็จทางธุรกิจของลูกค้า ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของบุคลากรในโครงการด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก

โดยตั้งอยู่บนประตูสู่ภาคตะวันออก ณ กิโลเมตรที่ 32 ของถนนบางนา-ตราด จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งนับเป็นทำเลทองของอุตสาหกรรมไทยใกล้กรุงเทพฯ เชื่อมต่อจากถนนบางนา-ตราด สู่ทางพิเศษกรุงเทพ-ชลบุรีสายใหม่ (Motorway) นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมต่อกับเขตEEC ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญ และท่าเรือแหลมฉบังในเวลาเพียง 60 นาที เหมาะกับการเป็นศูนย์กลางธุรกิจ    โลจิสติกส์ อุตสาหกรรม และการค้าระหว่างประเทศ ทั้งยังรายล้อมด้วยศูนย์การผลิตสินค้าจากหลากหลาย     

ที่นี่นับเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ภายใต้แนวคิด ระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรม แห่งแรกและแห่งเดียวในไทยที่น่าจับตายิ่งสำหรับ “อารยะ ดิ อิสเทิร์น เกตเวย์”  !!!

 

หน้า20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ