สสส. ปลดล็อกปัญหายาเสพติดชุมชนบ้านแพง โมเดล "5 เสือภาคี" ลดผู้เสพต่อเนื่อง

08 พ.ย. 2567 | 14:45 น.
อัปเดตล่าสุด :09 พ.ย. 2567 | 10:17 น.

สสส. เปิดเวทีแลกเปลี่ยนบทเรียนความสำเร็จที่อำเภอบ้านแพง นครพนม ด้วยโมเดล "5 เสือภาคี" และ CBTx “ชุมชนล้อมรักษ์” แก้ปัญหายาเสพติดด้วยความร่วมมือจากครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานรัฐ ภายใต้แนวคิด "ปัญหาเกิดที่ชุมชน ต้องจบที่ชุมชน" พิสูจน์ได้ด้วยสถิติผู้เสพลดลงต่อเนื่อง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ประชุมแลกเปลี่ยนบทเรียน ความสำเร็จของกลไก พชอ. “พื้นที่เป็นฐาน ชุมชนเป็นศูนย์กลาง” แก้ปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืนเมื่อเร็วๆนี้ ที่วัดสร้างแก้ว อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม

สสส. ปลดล็อกปัญหายาเสพติดชุมชนบ้านแพง โมเดล \"5 เสือภาคี\" ลดผู้เสพต่อเนื่อง

โดย สสส. และมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และโมเดล 5 เสือภาคีระดับอำเภอ สู่การขับเคลื่อนระบบ CBTx หรือ ชุมชนล้อมรักษ์ แก้ปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม

นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าวว่า หลักการสำคัญของชุมชนล้อมรักษ์ คือ การมีส่วนร่วมของชุมชนซึ่งแต่ละพื้นที่ต้องหาวิธีการของตนเอง ผนวกกับการมีส่วนร่วมของครอบครัวและผู้เสพที่จะร่วมออกแบบการช่วยเหลือ

นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต

โดยมีสาธารณสุขคอยหนุนเสริม เวทีประชุมแลกเปลี่ยนบทเรียนความสำเร็จของกลไก พชอ. “พื้นที่เป็นฐานชุมชนเป็นศูนย์กลาง” แก้ปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืนในครั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างชุมชนและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการในทุกมิติ เชื่อมกลไกการทำงาน พชอ. เพื่อให้เกิดผลดีแก่เด็กและเยาวชนในทุกพื้นที่

“เราต้องยอมรับประเด็นปัญหายาเสพติดว่ามีจริง โดยในต่างประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างสิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา ก็มีคนติดยาตามท้องถนนหรือมีปัญหาด้านยาเสพติดเช่นเดียวกัน แต่แทบไม่เคยพบข่าวการไล่ทำร้ายคนจากประเด็นยาเสพติด ดังนั้น เราต้องยอมรับว่ายาเสพติดมีทุกพื้นที่ แต่ต้องไม่ให้มีมากเกินไป และป้องกันไม่ให้เด็กวัยรุ่นเข้าสู่วงจรนี้หรือลดน้อยลง ดังนั้น จึงต้องมีการการสำรวจสถิติสถานการณ์จำนวนผู้เสพในพื้นที่ มีการตั้งตัวชี้วัดและมีตัวชี้วัดที่มีเป้าหมายว่า มีจำนวนผู้เสพในเขตพื้นที่ลดลง มีปัญหาที่เกิดเหตุจากคนติดยาบ้าลดน้อยลง นายอำเภอและกลไก พชอ. จะต้องเป็นแกนนำหลัก และมีคนในชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแล มีส่วนร่วมในการป้องกัน และควบคุมปัจจัยเสี่ยงเรื่องยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม” นพ.มล.สมชาย กล่าว

นายชินวัต ทองปรีชา นายอำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม

นายชินวัต ทองปรีชา นายอำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม กล่าวว่า กระบวนการทำงาน เริ่มที่หมู่บ้านต้องจบที่หมู่บ้านโดยเริ่มที่หมู่บ้าน พื้นที่อำเภอบ้านแพงสั่งให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน 66 หมู่บ้าน ไป x-ray หาข้อมูลผู้ติดยาเสพติดในชุมชน หรือค้นหาจำนวนผู้เสพ พบว่า มีจำนวนผู้เสพ 369 คน จาก 35,000 คน ซึ่งมีจำนวนผู้เสพสูงเกินกว่าบริหารจัดการ โดยเมื่อทราบตัวตนแล้วได้หาวิธีการและการเข้าสู่กระบวนการ ผู้เสพก็เหมือนผู้ป่วยต้องมีการถนอมไว้ เปรียบกับเมื่อเราเป็นโรคไข้หวัดซึ่งต้องรักษาให้หาย ผู้เสพก็เช่นเดียวกัน

ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมหรือสารระบบเดิมเพื่อไม่ให้เขากลับไปสู่วงจรยาเสพติด ซึ่งนายอำเภอจะเป็นแกนนำในการขับเคลื่อน รวมถึงปัญหายาเสพติดอาจต้องค่อย ๆ ทำโดยสร้างความเข้มแข็งระดับชุมชนหรือหมู่บ้านด้วยความร่วมมือจากกำนันผู้ใหญ่บ้าน สโลแกน “ไม่มีพระเอกในสังคม มีแต่ทีมเวิร์ค” ดังนั้น ถ้าทีมเวิร์คเข้มแข็ง มีการสอดรับประสานงานกันเป็นอย่างดี ก็มีการประสบความสำเร็จ

สสส. ปลดล็อกปัญหายาเสพติดชุมชนบ้านแพง โมเดล \"5 เสือภาคี\" ลดผู้เสพต่อเนื่อง

“การตัดต้นเหตุยาเสพติดถ้ามี 5 สิ่งนี้จะนำไปสู่ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหายาเสพติด 1.การสร้างแหล่งข่าวหรือสร้างเครือข่ายภาคประชาชน ให้กระจายข่าวว่า ถ้าทราบตัวผู้เสพให้มารายงานกับอำเภอจะไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดี แต่ต้องเข้าสู่กระบวนการบำบัด 2.ปรับทัศนคติการมองเป้าหมายร่วมกัน 3.สนับสนุนงบประมาณการทำงานด้านยาเสพติดเพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมอบรม อสม. กำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ญาติผู้ป่วยและผู้ปกครอง เพื่อเป้าหมายในการเปลี่ยน Mindset ของคนในชุมชน 4.เครื่องมือติดตามรายงานผล มีการจัดประชุมและรายงานผลต่อนายอำเภอทุกวันที่ 20 ของทุกเดือน โดยการดำเนินการหลักการคือต้องมีผลสำเร็จแล้วมีการรายงานผลแก่ประชาชนหรือชาวบ้าน 5.อบรมผู้ช่วยฝ่ายความมั่นคงเป็นผู้ดูแลผู้ป่วย และสร้างอาชีพให้ผู้ป่วยหลังการบำบัดเสร็จสิ้น” นายชินวัต กล่าว

นายธวัชชัย แสงจันทร์ สาธารณสุขอำเภอบ้านแพง

ขณะที่ นายธวัชชัย แสงจันทร์ สาธารณสุขอำเภอบ้านแพง กล่าวว่า อำเภอบ้านแพงมีการสร้างความเข้าใจระหว่างภาคีเครือข่ายหน่วยงานต่าง ๆ มีการทำ MOU มีการทำประชาคมทุกหมู่บ้านเพื่อทำการค้นหา คัดกรอง และส่งต่อไปบำบัด โดยปรับบทบาทหน้าที่ของตำรวจ ทหารให้สามารถเปลี่ยนคนกลุ่มนี้ให้อยากแสดงตัวเข้ารับการบำบัด ซึ่งมีการจับตรวจปัสสาวะพบ 16 รายของตำบลไผ่ล้อม และส่งต่อบำบัดตามโปรแกรม และออกติดตามโดย 5 เสือภาคี ในอนาคตมองว่าหากมีการดำเนินการด้วยหัวใจความเข้มแข็งก็จะเกิดขึ้นระดับพื้นที่ โดยใช้หลัก 5 ล. (ล้อมรั้ว ล้อมรุก ล้อมรักษ์ ล้อมใจ และล้อมชุมชน) ก็สามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำให้ปัญหาด้านยาเสพติดลดลงในอนาคต และผู้ป่วยได้รับการบำบัดอย่างต่อเนื่อง

สสส. ปลดล็อกปัญหายาเสพติดชุมชนบ้านแพง โมเดล \"5 เสือภาคี\" ลดผู้เสพต่อเนื่อง

นายเรวัตร ผาลี (แจ๊ค) อดีตผู้รับการบำบัดยาเสพติด กล่าวว่า จุดเริ่มต้นเข้าสู่วงจรยาเสพติด คือเพื่อน ชั้นปวส.2 ได้ชวนให้ลองเสพจนสามารถหาซื้อเองและเริ่มเสพจากวันละ 1 เม็ดเพิ่มเป็นวันละ 2-3 เม็ด ช่วงที่ติดหนักมาก 3-4 เม็ดต่อวัน ยาเสพติดทำให้ชีวิตตกต่ำไม่มีเงินใช้ ผลจากการเสพยาทำให้หลอนยา กลัวตำรวจมาจับอยู่ทุกวัน จึงตัดสินใจเข้ารับการบำบัดรักษาเข้าค่ายบำบัดรุ่นที่ 1 เป็นโครงการที่ดี มีวิทยากรอบรม มีอาหารให้กิน ระยะเวลาอบรม 12 วัน หลังจากอบรมทำให้หยุดยาได้ทันที ส่วนเพื่อนที่เคยคบก็มีเพื่อนชวนกลับไปเสพแต่เลิกคบไปแล้ว พยายามคบแต่เพื่อนที่ไม่เสพ จนตอนนี้เลิกเสพยาได้แล้วประมาณ 1 เดือน ปัจจุบันชีวิตเปลี่ยนขึ้นเยอะ ได้กลับมาอาชีพทำแทงรูยา (ยาสูบ) ที่บ้าน และมีการรับจ้างแบกกล้วย

สสส. ปลดล็อกปัญหายาเสพติดชุมชนบ้านแพง โมเดล \"5 เสือภาคี\" ลดผู้เสพต่อเนื่อง

   ​“ความตั้งใจที่เลิกเสพ เพราะอยากหาเงินมารักษาแม่ โดยแม่เป็นเส้นเลือดในสมองแตกและแม่ก็เป็นหนึ่งในกำลังใจที่ทำให้อยากเลิก เพราะเราอยากให้แม่หายนอกจากจากแม่แล้วมีพี่ชายปปส. หรือพี่ต้อ ช่วยคอยติดตามเราตลอดก็มีส่วนสำคัญ ที่ทำให้อยากให้เลิกเสพยา” นายเรวัตร กล่าว

สสส. ปลดล็อกปัญหายาเสพติดชุมชนบ้านแพง โมเดล \"5 เสือภาคี\" ลดผู้เสพต่อเนื่อง