thansettakij
รพ.เอกชน สปีดลงทุนเพิ่ม รับธุรกิจเฮลท์แคร์โตแรง 3.44 แสนล้านบาท

รพ.เอกชน สปีดลงทุนเพิ่ม รับธุรกิจเฮลท์แคร์โตแรง 3.44 แสนล้านบาท

30 มี.ค. 2568 | 06:13 น.
อัปเดตล่าสุด :30 มี.ค. 2568 | 06:23 น.

บิ๊กทุน รพ.เอกชน เดินหน้าลงทุนต่อเนื่องรับธุรกิจเฮลท์แคร์โตแตะ 3.44 แสนล้านบาท เร่งเสริมแกร่งเทคโนโลยี รักษาโรคยากซับซ้อนดูแลสุขภาพองค์รวม รองรับคนไทยและต่างชาติ

ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน ถือเป็นอีกหนึ่งเรือธงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน และยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากวิจัยกรุงศรีระบุว่า ปี 2566-2568 คาดว่าธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนจะเติบโตเฉลี่ย 13.0-15.0% ต่อปี ด้วยปัจจัยของความต้องการใช้บริการ จากประชากรสูงอายุของไทยเพิ่มขึ้น การเข้ามาของผู้ป่วยต่างชาติที่เข้ามาทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม ทำให้ในปี 2567 จนถึงไตรมาส 1 ที่ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนต่างมีผลประกอบการดี ทั้งรายได้และกำไรที่เติบโตกันถ้วนหน้า

โดย ttb analytics ประเมินปี 2567 ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนมีรายได้รวมสูงแตะ 3.22 แสนล้านบาท ขยายตัว 4% จากปี 2566 ที่มีรายได้รวม 3.14 แสนล้านบาท ขณะที่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์(SCB EIC) ระบุแนวโน้มปี 2568 จะมีมูลค่าราว 3.44 แสนล้านบาท จากกลุ่มผู้ป่วยชาวต่างชาติที่ขยายตัวได้ดี และกลุ่มผู้ป่วยชาวไทยที่เติบโตปานกลาง ขณะที่การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ หรือ Medical tourist ยังเป็นแรงหนุนที่ทำให้รายได้ของโรงพยาบาลเติบโต เห็นได้ว่าหลายโรงพยาบาลที่วางแผนรุกจับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามา

ดร. อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ หรือ BH เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ธุรกิจเฮลท์แคร์ในประเทศไทยยังคงเติบโตต่อเนื่อง ตามการบริการจัดการตลอดจนแผนงานของแต่ละโรงพยาบาลจะแตกต่างกัน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าของโรงพยาบาลเอกชนในแต่ละแห่ง แต่สิ่งที่ต้องจับตามมองคือนโยบายบริษัทประกันที่ออกมาในปีนี้ ต้องดูว่าจะเป็นอย่างไร โดยโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ก็ยังคงเดินหน้าในแผนธุรกิจและตั้งเป้าหมายไว้เช่นเดิม พร้อมได้ลงทุนด้านนวัตกรรมต่อเนื่อง

ด้านนางสาวนภัส เปาโรหิตย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ในปีนี้โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ยังคงแผนงานสร้างความเข้มแข็งทางการแพทย์ ลงทุนด้านคุณภาพและเทคโนโลยี และเดินหน้าแผนงานโรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ภูเก็ตต่อ รวมถึงการให้บริการด้านเวลเนสที่ทำมานานกว่า 20 ปี ตามเทรนด์ธุรกิจเวลเนสและธุรกิจเฮลท์แคร์ที่ยังคงมาแรง โดยเฉพาะการป้องกันอย่างเวชศาสตร์ชะลอวัยในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทำให้บริการด้าน wellness เติบโตขึ้น

รพ.เอกชน สปีดลงทุนเพิ่ม รับธุรกิจเฮลท์แคร์โตแรง 3.44 แสนล้านบาท

ด้านนายแพทย์กฤตวิทย์ เลิศอุตสาหกูล กรรมการผู้จัดการ บมจ.พริ้นซิเพิล แคปิตอล (PRINC) กล่าวว่า ในปีนี้ PRINC ยังคงมุ่งเน้นการขยายการลงทุน ในธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาโอกาสทางธุรกิจควบคู่ไปกับปัจจัยความเสี่ยงต่างๆ ทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร ส่วนกลยุทธ์การเติบโตของ PRINC นั้นจะมุ่งเน้น ไปที่การขยายการบริการให้แก่ประชาชนมากขึ้นในมิติต่างๆ ทั้งขยายเครือข่าย รพ. เพิ่มพื้นที่การให้บริการให้แก่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ เช่น การสร้าง รพ. ในเมืองรองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง, เปิดศูนย์การรักษาโรคเฉพาะทาง และให้บริการรักษาโรคยากซับซ้อนต่างๆ มากขึ้น เช่นการสร้างศูนย์รังสีรักษา และการเปิดศูนย์รักษาโรคหัวใจ พร้อมกับการลงทุนธุรกิจสุขภาพต่างๆเพื่อต่อยอดธุรกิจรพ. เช่น การลงทุนในสถานดูแลผู้สูงอายุ เป็นต้น

นายณัฐพล เดชวิทักษ์ กรรมการ บริษัท นวเวช อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2568 โรงพยาบาลนวเวชได้ก้าวสู่ปีที่ 5 โดยวางเป้าหมายการเติบโตไว้ไม่ต่ำกว่า 30% ด้วยแนวทางผ่านแคมเปญ “Healthy Neighborhood by Navavej: สุขภาพดีเพราะมีหมอเป็นเพื่อนบ้าน” เน้นกลุ่มเพื่อนบ้านที่อาศัยในรัศมีพื้นที่ 6 เขตรอบโรงพยาบาล ได้แก่ เขตบึงกุ่ม คลองสามวา ลาดพร้าว คันนายาว บางเขน และบางกะปิ ให้เข้าถึงการรักษาได้รวดเร็วขึ้น ยกระดับการให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุ กลุ่มแม่และเด็ก หัวใจ สมอง ตลอด 24 ชม.พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน Navavej Plus และแพ็กเกจตรวจสุขภาพเฉพาะบุคคล มุ่งสู่การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นในการรักษา เตรียมหมอเฉพาะทางและศูนย์เฉพาะทาง รองรับผู้เข้ามารับบริการมากขึ้น

ขณะที่นายสุริยันต์ โคจรโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่ด้านปฏิบัติการ บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKR กล่าวถึงแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2568 ว่า ศิครินทร์เตรียมขยายศักยภาพทางการแพทย์ผ่านสถาบันการแพทย์เฉพาะทาง (Center of Excellence) ควบคู่ไปกับการพัฒนาบริการของลูกค้าประกันสังคมผ่าน SSO Plus รวมถึงการให้บริการโรงพยาบาลเคลื่อนที่ ผ่าน Sikarin Connect ในทั่วประเทศ เพื่อเดินหน้าสู่การเป็นโรงพยาบาลชั้นนำด้านการรักษาโรคยากที่ซับซ้อนของประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตที่แข็งแกร่ง

ดร.อังกูร ฉันทนาวานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลลาดพร้าว จำกัด (มหาชน) หรือ LPH กล่าวว่า แผนธุรกิจในปี 2568 บริษัทวางเป้าหมายรายได้รวมเติบโตที่ระดับ 15% จากปีก่อน โดยภาพรวมปัจจุบันคนไข้ทั่วไปกลับมาเข้ารับการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น ทั้งคนไข้นอก (OPD) และคนไข้ใน (IPD) สัดส่วนรายได้มาจากกลุ่มผู้ป่วยจากประกันสังคม (สปส.) ราว 45% เเละกลุ่มผู้ป่วยเงินสดราว 55% ขณะที่ผู้ป่วยต่างชาติทยอยกลับมาใช้บริการมากขึ้นเช่นเดียวกัน ส่วนใหญ่จะเป็นคนไข้จากตะวันออกกลาง รวมถึงคนไข้ประเทศกัมพูชา และเมียนมา ซึ่งสนใจเข้ารับการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น

พร้อมเดินหน้าลงทุนสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งใหม่ 2 แห่ง คือ รพ.จักษุอินเตอร์ฯ ลาดพร้าว และรพ.ศัลยกรรมเฉพาะทางรวมผ่าตัดหัวใจครบวงจร โดยออกแบบเป็นอาคารสีเขียว (Green Building) เทรนด์รักษ์โลก และการปรับปรุงอาคารเก่าและอุปกรณ์ทางการแพทย์ งบลงทุนจะอยู่ที่ราว 1,000 ล้านบาท

ด้านบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS ก็มีกลยุทธ์ในการดำเนินกิจการปี 2568 รองรับความต้องการการดูแลสุขภาพที่เพิ่มขึ้น ด้วยแผนรุกธุรกิจใน 5 ด้าน ได้แก่ 1. การขยายการบริการด้านสุขภาพ 2. ความเป็นเลิศด้านการรักษาพยาบาล 3. มุ่งเน้นผลการดำเนินงานที่ดี และการบริการทางการแพทย์อย่างยั่งยืน 4. การขยายฐานลูกค้าประกันสุขภาพ บริษัทร่วมมือกับบริษัทประกันทั้งในและต่างประเทศ และ 5. ขยายธุรกิจสนับสนุน (Non-Hospital Business) BDMS มีธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ อาทิ ศูนย์บริการตรวจ วิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์ยา เป็นต้น

ทั้งนี้ BDMS ยังมีแผนจะขยายเตียงเพิ่ม จากประมาณ 8,800 เตียงเป็น 9,600 เตียงในปี 2570 โดยจะขยายโรงพยาบาลทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้บริการและการพัฒนาการรักษาพยาบาลในอนาคต นอกจากนี้บริษัทมีแผนการลงทุนในโครงการ BDMS Silver Wellness and Residence ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสประกอบด้วย ศูนย์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Wellness) คาดเปิดดำเนินการปี 2573 โดยวางเป้าหมายก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและการฟื้นฟูสุขภาพในเอเชีย

บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG ได้วางกลยุทธ์ปี 2568 มุ่งเน้นการขยายศักยภาพในธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท โดยการตอบสนองต่อความต้องการของผู้เข้ารับบริการที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ภายใต้สภาพแวดล้อมของการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมโรงพยาบาลเอกชน โดยหนึ่งในกลยุทธ์สําคัญคือการขยายพื้นที่ให้บริการโรงพยาบาลธนบุรีและ โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา เพื่อตอบสนองการเติบโตของจํานวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นและเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการทางการแพทย์ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น