มูลนิธิ ม.มหิดล ในพระราชูปถัมภ์ฯ จัดงานใหญ่ พลิกโฉมการแพทย์ไทยในอนาคต

22 ม.ค. 2568 | 13:50 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ม.ค. 2568 | 15:59 น.

มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล ในพระราชูปถัมภ์ฯ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงาน “Human Intreraction for Systemetic Innovation” มุ่งพลิกโฉมการแพทย์ไทย พร้อม Kickoff โครงการระดมทุนเพื่อการรักษาโรคมะเร็งด้วยการใช้เซลล์แทนเคมีบำบัด

ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ และกรรมการมูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดลในพระราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ปัจจุบับโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การพัฒนาเทคโนโลยีเป็นไปแบบก้าวกระโดด ต้องเน้นทั้งการเรียนรู้ภายในองค์กร นำการเรียนรู้และการสร้างประสบการณ์ จากภายนอกเข้ามาประยุกต์ใช้

แม้มหาวิทยาลัยมหิดลจะมีความเข้มแข็งในด้านงานวิจัยและนวัตกรรมต่างๆ แต่การจะสร้าง Innovation ต้องเป็นไปอย่าง Systematic เพื่อก่อให้เกิดการต่อยอดและนำไปใช้ได้จริง เกิดโซลูชันที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการของสังคม ไปสู่ผลสำเร็จใน Real World Impact

มูลนิธิ ม.มหิดล ในพระราชูปถัมภ์ฯ จัดงานใหญ่ พลิกโฉมการแพทย์ไทยในอนาคต

ดังนั้น มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดดงาน “Human Intreraction for Systemetic Innovation” ครั้งแรกกับการรวมตัวของนวัตกรระดับโลก กูรูด้านบริหารจัดการและนักวิจัยด้านการแพทย์ เพื่อพลิกโฉมการแพทย์ไทย จากกระบวนการคิด Systematic Framework ที่ทำให้เกิดนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบในการสร้างเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต  อีกทั้งยังเป็นการ Kickoff โครงการระดมทุนเพื่อการรักษาโรคมะเร็งด้วยการใช้เซลล์แทนเคมีบำบัด

โดยงาน Human Interaction for Systematic Innovation เป็นโครงการคิกออฟการระดมทุน เพื่อการรักษาโรคมะเร็งด้วยการใช้เซลล์แทนเคมีบำบัด ให้มหาวิทยาลัยมหิดลสามารถทำโรงงานยาแบบ Cell and Gene Therapy อันจะเป็น Game Changer ของการรักษามะเร็ง ให้คนไทยสามารถเข้าถึงการรักษาโรค ที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคภัยอันดับ 1 ของไทย ด้วยนวัตกรรมอันทันสมัยในราคาที่ต่ำลง

ภายในงานมีกูรูด้านนวัตกรรมและกระบวนการคิด (Design Thinking) ชั้นนำของโลก Prof. Steven Eppinger, Massachusetts Institute of Technology, Sloan School of Management มาเปิดมุมมองและ สร้างแรงบันดาลใจในด้านทักษะกระบวนการคิดและนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ Systematic Innovation through Human-Centered Design ซึ่งนอกจากการบรรยาย ยังเปิดโอกาสช่วงถามตอบ เพื่อให้ตอบโจทย์ตรงใจผู้สนใจ ให้ได้มากที่สุด โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วิชิตา รักธรรม รองอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินการเสวนา

มูลนิธิ ม.มหิดล ในพระราชูปถัมภ์ฯ จัดงานใหญ่ พลิกโฉมการแพทย์ไทยในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ที่จะมาชี้มุมมองโอกาสเพื่อเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรมที่ยั่งยืน ในหัวข้อ ‘Empowering Thailand’s Economy Through Innovation’ ตามด้วยเสวนาสำคัญที่เป็นการอัปเดตนวัตกรรมการแพทย์ล่าสุด ในหัวข้อ ‘Revolutionizing Thai Healthcare Through Innovation: นวัตกรรมพลิกอนาคตวงการแพทย์ไทย’ ในการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมทั้งการทดสอบการวิจัยผลิตภัณฑ์ยาในการรักษาโรคมะเร็งด้วยการใช้เซลล์บำบัดแทนเคมีบำบัด และการสร้างโอกาสในการรักษามะเร็งและโรคร้ายแรงอื่นๆ ในอนาคต 

รองศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหิดล มุ่งเน้นการต่อยอดการศึกษาและวิจัยไปสู่ผลสำเร็จใน Real world impact ในด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Health science) และการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแบบองค์รวม  (Holistic wellbeing) ในระดับ โดยบทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยในอนาคต จะต้องมุ่งที่การสร้างผลกระทบเชิงบวกในโลกความจริง บนแนวทางการนำความรู้มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับสังคมทั้งในระดับประเทศและระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันเรื่องงานวิจัยยาจำนวนมาก เพื่อยกระดับการรักษาและดูแลสุขภาพ

มูลนิธิ ม.มหิดล ในพระราชูปถัมภ์ฯ จัดงานใหญ่ พลิกโฉมการแพทย์ไทยในอนาคต

ทั้งนี้ ยังมีข้อจำกัดในการนำเข้าสู่ช่วง Clinical Trial ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะสามารถคิดค้นผลิตยา เป็นของไทยเอง เพราะการวิจัยทางคลินิก ต้องอาศัยความพร้อม และงบประมาณจำนวนมาก ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยมหิดลมีแผนงาน ทำโรงงานยาที่มีชีวิต หรือ MU-Bio Plant โดยสร้างยาจากเซลล์ที่มีชีวิต (Living Drug) เป็นกลุ่มยา ATMP โดยหวังว่าจะเป็นโรงงานแรกของไทยที่ผลิตยาที่มีชีวิต เพื่อจะนำมารักษาโรคมะเร็งที่มีนวัตกรรมอันทันสมัยให้กับคนไทย

สำหรับโรคมะเร็งถือเป็นโรคที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของไทย นอกจากเสียชีวิตจากโรคมะเร็งโดยตรง ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเสียชีวิตจากการติดเชื้อเพราะมีภูมิคุ้มกันต่ำเนื่องจากได้รับยาเคมีบำบัด สาเหตุหลักของการเสียชีวิตอีกประการหนึ่ง คือ การดื้อยาหรือการไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด การใช้ยาจากเซลล์ที่มีชีวิตเพื่อการบำบัดรักษาโดยการใช้เซลล์และยีนจึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการรักษาโรคมะเร็ง

ด้านศาสตราจารย์ นพ.สุรเดช หงส์อิง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การวิจัยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยาที่ใช้รักษามะเร็งด้วยเซลล์และยีน (CAR T-Cell) เป็นหนึ่งในผลงานวิจัยที่ทีมแพทย์และอาจารย์นักวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลได้เริ่มวิจัยมาตั้งแต่ปี 2567 จนสำเร็จ และสามารถนำไปใช้ได้จริงในผู้ป่วยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ 

มูลนิธิ ม.มหิดล ในพระราชูปถัมภ์ฯ จัดงานใหญ่ พลิกโฉมการแพทย์ไทยในอนาคต

โดยเริ่มโครงการนำร่องในผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งโรคเลือดมัยอิโลมา และยังนำไปใช้ในการรักษาโรค SLE จึงเพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงการรักษาอันล้ำหน้านี้ เพราะต้นทุนต่ำลงมาก นับเป็นความภาคภูมิใจ เพราะเป็นผลงานของคนไทย 100% และได้รับการจดสิทธิบัตรครอบคลุมทั้งในและต่างประเทศ