นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI แจ้งมติของที่ประชุมคณะผู้บริหารแผนซึ่งอนุมัติการลดทุนด้วยการลดมูลค่าที่ตราไว้ (Par Value) ของหุ้น ของการบินไทย เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสมทางบัญชี
หนังสือชี้แจงระบุว่า ตามแผนฟื้นฟูกิจการ ข้อ 10.4 อำนาจหน้าที่ของผู้บริหารแผน โดยผู้บริหารแผนจะต้องบริหารจัดการ กิจการและทรัพย์สินของการบินไทยรวมถึงบริษัทร่วม/ย่อย ให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนดไว้ในแผนนี้ และตามอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลายและกฎหมายอื่นและ ให้ผู้บริหารแผนมีอำนาจ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงอำนาจในการดำเนินการตามข้อ (23) มีอำนาจกระทำการใดๆ ที่เห็นว่าจำเป็นหรือสมควร
ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์หรือเพื่อการบริหารกิจการของการบินไทย หรือเพื่อรักษาสิทธิ ประโยชน์ของการบินไทย หรือเพื่อให้การดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการบรรลุวัตถุประสงค์ รวมถึงเพื่อเพิ่ม ศักยภาพในการจัดหากระแสเงินสดของการบินไทย แม้จะมิได้ระบุไว้โดยตรงหรือขัดแย้งในแผน
ทั้งนี้ ผู้บริหารแผน ต้องยึดถือหลักธรรมาภิบาลเป็นสำคัญ ซึ่งศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2564 ตลอดจนเห็นชอบการแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2565 ซึ่งสอดคล้องกับ คำสั่งของศาลล้มละลายกลาง วันที่ 21 มกราคม 2568 ที่ศาลล้มละลายกลางได้มีความเห็นว่า การที่ผู้บริหาร แผนจะลดทุนจากจำนวนที่จดทะเบียนไว้ด้วยการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ดังกล่าว เป็นการดำเนินการซึ่งผู้บริหารแผนมี อำนาจกระทำได้ภายในขอบอำนาจโดยชอบตามแผนฟื้นฟูกิจการอยู่แล้ว
ที่ประชุมคณะผู้บริหารแผนของบริษัทฯ ครั้งที่ 6/2568 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 จึงได้มีมติอนุมัติให้ลดทุนของบริษัทฯ ด้วยการลดมูลค่าที่ตราไว้ (Par Value) ของหุ้นของบริษัทฯ จากหุ้นละ 10.00 บาท เป็นหุ้นละ 1.30 บาท เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสม ทางบัญชีของบริษัทฯ ให้ใกล้เคียงศูนย์มากที่สุด ซึ่งจะทำให้ทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วของบริษัทฯ ลดลง จากจำนวน 283,032,915,670.00 บาท เป็นจำนวน 36,794,279,037.10 บาท
บริษัทฯ ขอเรียนว่าการดำเนินการดังกล่าว ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายให้แก่เจ้าหนี้หรือบริษัทฯ แต่อย่างใด ทั้งนี้ การลดมูลค่าที่ตราไว้ (Par Value) ของหุ้นนั้น ในทางบัญชีเป็นการนำส่วนเกินมูลค่า หุ้นที่เกิดจากการลดมูลค่าที่ตราไว้ (Par Value) ไปหักล้างกับส่วนต่ำมูลค่าหุ้นและส่วนขาดทุนสะสม ซึ่งจะทำให้ ส่วนขาดทุนสะสมใกล้เคียงกับศูนย์ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมในงบการเงินของบริษัทฯ
กล่าวคือ ส่วนของผู้ถือหุ้นในงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ สำหรับปี 2567 ยังคงมีมูลค่าเท่ากับ 45,495,026,125.00 บาท ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขความสำเร็จของ แผนฟื้นฟูกิจการข้อ 10.10 อีกทั้ง ไม่มีผลกระทบต่อมูลค่าบริษัทหรือมูลค่าต่อหุ้น เนื่องจากมูลค่าต่อหุ้นไม่ได้ถูก กำหนดจากมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (Par Value)
นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ ไม่มีผลขาดทุนสะสมและมีความสามารถที่ จะพิจารณาจ่ายเงินปันผลได้หากการประกอบกิจการมีกำไร ย่อมทำให้บริษัทฯ เป็นบริษัทที่มีความน่าสนใจในสายตานักลงทุนมากขึ้นซึ่งหมายความว่า เจ้าหนี้ซึ่งได้แปลงหนี้เป็นทุนและกลายไปเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องและการฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ในภาพรวมทั้งหมด ย่อมจะได้รับประโยชน์ โดยตรงจากเสถียรภาพราคาหุ้นและโอกาสที่จะได้รับเงินปันผลเพิ่มเติมในอนาคต
หากในอนาคตบริษัทฯ ต้องการที่จะระดมทุนเพิ่มเติมโดยการออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อนำมาใช้ในการประกอบกิจการหรือชำระหนี้ ตามแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัทฯ สามารถดำเนินการได้โดยไม่ติดขัดเรื่องผลขาดทุนสะสมซึ่งเป็นเพียงตัวเลขทาง บัญชีอีกต่อไป
ทั้งนี้ ภายหลังจากบริษัทฯ ได้รับอนุญาตจากศาลล้มละลายกลางให้จดทะเบียนการลดทุนดังกล่าวกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์แล้ว บริษัทฯ จะดำเนินการจดทะเบียนลดทุนดังกล่าวกับกรมพัฒนา ธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โดยบริษัทฯ จะแจ้งความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าวให้ทราบต่อไป