Entertainment Complex ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ หรือหลุมดำทุนผูกขาด?

26 ก.พ. 2568 | 16:38 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ก.พ. 2568 | 17:06 น.

เมื่อธุรกิจกาสิโนสร้างรายได้และโอกาสจ้างงานให้กับคนในพื้นที่ แต่กลับเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนต่างชาติมากกว่าธุรกิจท้องถิ่น ถอดบทเรียนกาสิโนโลก ความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน นโยบายกำกับดูแลที่ไม่เข้มงวด และปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ

การเปิดกาสิโนในหลายประเทศถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและดึงดูดนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์จากบางประเทศสะท้อนให้เห็นว่า หากขาดการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ การดำเนินธุรกิจกาสิโนอาจนำไปสู่ความล้มเหลวและปัญหาทางสังคมในระยะยาว

ในประเทศไทย แนวคิดการจัดตั้ง Entertainment Complex ซึ่งรวมถึงกาสิโนและการพนันออนไลน์ กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ฝ่ายสนับสนุนมองว่านี่เป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดึงดูดนักท่องเที่ยว และเพิ่มรายได้เข้ารัฐ ขณะที่ฝ่ายคัดค้านแสดงความกังวลถึงผลกระทบด้านสังคม ความเสี่ยงจากการเสพติดการพนัน และการผูกขาดธุรกิจที่อาจเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนเพียงไม่กี่ราย

แม้จะมีการคาดการณ์ว่าการเปิด Entertainment Complex จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว เพิ่มขึ้น 5-10% และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 120,000-220,000 ล้านบาทต่อปี รวมถึงการสร้างงานใหม่หลายหมื่นตำแหน่ง แม้จะมีข้อดีทางเศรษฐกิจ แต่ผลสำรวจพบว่า 69% ของประชาชนไทยไม่เห็นด้วยกับการพนันออนไลน์ และ 59% ไม่เห็นด้วยกับการสร้าง Entertainment Complex ที่มีกาสิโน แต่หากพิจารณาประสบการณ์ของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ กัมพูชา และฟิลิปปินส์ พบว่า กาสิโนขนาดใหญ่สามารถเพิ่มรายได้และดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกประเทศที่ประสบความสำเร็จ หลายประเทศที่เปิดให้มีกาสิโนอย่างเสรี กลับต้องเผชิญกับปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจ เช่น กัมพูชา ที่พบการแพร่ระบาดของอาชญากรรมทางไซเบอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือ ฟิลิปปินส์ ที่มีปัญหาการฟอกเงินและอิทธิพลของกลุ่มทุนต่างชาติ 

กลุ่มทุนต่างชาติที่ลงทุนในธุรกิจกาสิโนในฟิลิปปินส์ กัมพูชา และเมียนมา

Bloomberry Resorts - ฟิลิปปินส์

ฟิลิปปินส์: การลงทุนจากบริษัทท้องถิ่นและต่างชาติ

ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศที่เปิดเสรีด้านกาสิโน โดยมีบริษัทในประเทศอย่าง Bloomberry Resorts เป็นผู้ดำเนินธุรกิจหลัก นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนจากต่างชาติ เช่น Galaxy Entertainment Group จากมาเก๊า ที่เข้ามาพัฒนาโครงการคาสิโนรีสอร์ทในประเทศ

กัมพูชา: กลุ่มทุนจีนแผ่อิทธิพลธุรกิจกาสิโน

กัมพูชาเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ธุรกิจกาสิโนเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเมืองสีหนุวิลล์ที่กลายเป็นศูนย์กลางกาสิโนของนักลงทุนจีน เสอ จื้อเจียง (She Zhijiang) เป็นหนึ่งในนักธุรกิจจีนที่มีบทบาทสำคัญ เขาขยายธุรกิจพนันออนไลน์มายังกัมพูชาในปี 2558 และได้รับสัญชาติกัมพูชาในปี 2560 ก่อนจะจดทะเบียนบริษัทเพื่อดำเนินธุรกิจคาสิโนในประเทศ แต่เมื่อทุนจีนบางกลุ่มถอนทุน ตึกในเมืองสีหนุวิลล์จึงถูกทิ้งให้ร้าง และเป็นต้นทุนต่อรัฐบาลกัมพูชา เมื่อพึ่งพาทุนจีนเป็นหลัก เกิดความเสี่ยงต่อการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน

เมียนมา: เขตเศรษฐกิจพิเศษชเวโก๊กโก่ (Shwe Kokko) และกลุ่มทุนจีน

ในเมียนมา โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษชเวโก๊กโก่ (Shwe Kokko) เป็นหนึ่งในโครงการกาสิโนที่ได้รับการพัฒนาโดย Yatai International Holding Group (IHG) ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในฮ่องกง และมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ โครงการนี้มีการลงทุนจากกลุ่มทุนจีนและได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังพิทักษ์ชายแดนของกะเหรี่ยง (BGF) เกิดเป็นผลกระทบทางสังคมเนื่องจากมีการบังคับใช้แรงงานผิดกฎหมาย โดยเฉพาะแรงงานที่ถูกหลอกลวงให้มาทำงานในธุรกิจผิดกฏหมาย เช่นธุรกิจพนันออนไลน์ รวมไปถึงการเป็นศูนย์กลางแหล่งสแกมเมอร์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ทำไมฟิลิปปินส์ กัมพูชา และเมียนมา ไม่มีกลุ่มทุนอเมริกัน ?

สื่อ Nikkei Asia ได้รายงานว่าอุตสาหกรรมกาสิโนมีความเสี่ยงสูงต่อการฟอกเงิน เป็นเหตุผลที่ผู้ประกอบการชาวอเมริกันหลีกเลี่ยงการลงทุนในฟิลิปปินส์ เนื่องจากกฎหมายสหรัฐฯ กำหนดให้บริษัทต้องได้รับอนุมัติจากรัฐบาลก่อนการลงทุนในต่างประเทศ และหากพบว่าประเทศปลายทางมีความเสี่ยงด้านการฟอกเงินหรืออาชญากรรม อาจส่งผลกระทบต่อใบอนุญาตดำเนินกิจการในสหรัฐฯ ของบริษัทนั้น 

พระราชบัญญัติว่าด้วยการปฏิบัติที่ทุจริตในต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (Foreign Corrupt Practices Act - FCPA) และพระราชบัญญัติป้องกันการกรรโชกทรัพย์ในต่างประเทศ (Foreign Extortion Prevention Act - FEPA) เป็นกฎหมายสำคัญของสหรัฐฯ ที่มุ่งควบคุมการทุจริตในระดับสากล โดย FCPA ซึ่งตราขึ้นในปี 1977 มีวัตถุประสงค์หลักในการห้ามบุคคลและบริษัทสัญชาติอเมริกัน ติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศ เพื่อให้ได้หรือรักษาผลประโยชน์ทางธุรกิจ กฎหมายฉบับนี้กำหนดว่าการใช้ช่องทางการค้า หรือไปรษณีย์ของสหรัฐฯ เพื่อจ่ายหรือสัญญาว่าจะจ่ายสินบนเป็นสิ่งผิดกฎหมาย นอกจากนี้ FCPA ยังมีข้อกำหนดทางบัญชีที่บังคับให้บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ต้องมีระบบควบคุมภายในและบันทึกธุรกรรมอย่างถูกต้องและโปร่งใส

 

ในปี 1998 มีการแก้ไขเพิ่มเติมให้ FCPA ครอบคลุมบริษัทและบุคคลต่างชาติ ที่เกี่ยวข้องกับการติดสินบนภายในดินแดนของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้เน้นลงโทษฝั่งผู้ให้สินบนเป็นหลัก จึงนำไปสู่การตรากฎหมาย FEPA ในปี 2024 ซึ่งออกแบบมาเพื่อเสริม FCPA โดยกำหนดให้ เจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศที่เรียกรับสินบน หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเป็นความผิดทางอาญา FEPA กำหนดบทลงโทษที่เข้มงวด โดยผู้กระทำผิดอาจได้รับโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี และถูกปรับสูงสุด 250,000 ดอลลาร์ หรือ 3 เท่าของมูลค่าที่เรียกรับสินบน กฎหมายฉบับนี้ไม่มีบทลงโทษทางแพ่งและไม่อยู่ภายใต้การบังคับใช้ของ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC)

โดยสรุป FCPA เน้นลงโทษผู้ให้สินบน ส่วน FEPA ลงโทษผู้รับสินบน ทำให้การบังคับใช้กฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันของสหรัฐฯ ครอบคลุมทั้งสองฝั่งมากขึ้น ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันการทุจริตในภาคธุรกิจและรัฐบาลทั่วโลก

 

รูปแบบการแบ่งรายได้กาสิโนของรัฐบาลในต่างประเทศ

สิงคโปร์: รัฐบาลสิงคโปร์อนุญาตให้มีกาสิโนถูกกฎหมาย โดยเรียกเก็บภาษีจากรายได้ของกาสิโนในอัตราที่แตกต่างกันระหว่างนักพนันทั่วไปและนักพนันระดับสูง นอกจากนี้ ยังมีการเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าสำหรับประชาชนและผู้อยู่อาศัยถาวร เพื่อควบคุมการเข้าถึงของคนในประเทศ

มาเก๊า - Envato

มาเก๊า: เป็นเขตปกครองพิเศษของจีนที่มีรายได้หลักจากธุรกิจคาสิโน รัฐบาลมาเก๊าเรียกเก็บภาษีจากรายได้ของคาสิโนในอัตราสูงถึงประมาณ 35% ของรายได้จากการเล่นเกม

ดาวน์ทาวน์ ลาสเวกัส - Envato

สหรัฐอเมริกา (ลาสเวกัส): รัฐเนวาดาอนุญาตให้มีกาสิโนถูกกฎหมาย โดยเรียกเก็บภาษีจากรายได้สุทธิของคาสิโนในอัตราประมาณ 6.75% ซึ่งถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ

 

การตัดสินใจเปิด Entertainment Complex ในไทยไม่ใช่เพียงแค่โอกาสในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องพิจารณาถึงผลกระทบทางสังคมอย่างรอบด้าน การกำกับดูแลที่เข้มงวด มาตรการป้องกันปัญหาสังคม เช่น การฟอกเงินและอาชญากรรมข้ามชาติ ตลอดจนแนวทางลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ จะเป็นปัจจัยชี้วัดว่ากาสิโนและธุรกิจบันเทิงเหล่านี้ จะเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หรือเป็นจุดเสี่ยงที่สร้างปัญหาให้กับสังคมในระยะยาว หากดำเนินการอย่างโปร่งใส มีมาตรการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ Entertainment Complex อาจกลายเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืน