*** ปรากฏการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี แม้ว่าโดยภาพรวมจะไม่ส่งผลต่อตลาดหุ้นมากนัก แต่นั่นก็เป็นเพราะขณะนี้ตลาดหุ้นไทยแทบจะอยู่ในจุดต่ำที่สุด นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของเชื้อ Covid-19
ดังนั้น การที่ดัชนีหุ้นไทยไม่ได้ร่วงลงหนักอย่างที่หลายคนคิด จึงไม่ใช่เพราะไม่มีใครตกใจ แต่เป็นเพราะว่าในตอนนี้มีแต่นักลงทุนที่ติดหุ้น ติดดอย ติดหนัก จนหมดปัญญาที่จะขาย หรือไม่ ก็ไม่รู้ว่าจะขายอะไรออกมาอีกแล้วนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยอาจจะดูดี แต่หากเจาะลึกลงไปในรายละเอียด กลับพบว่าในบรรดาหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวทั้งทางตรงและทางอ้อม ยังคงมีอยู่เป็นจำนวนมาก...
กลุ่มแรก ที่โดนผลกระทบหนีไม่พ้นหุ้นกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาฯ โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทที่เน้นไปทางคอนโดกลุ่ม High rise เนื่องจากจากความกังวลในเรื่องความปลอดภัยของโครงสร้าง และความล่าช้าของงานก่อสร้าง โดยหุ้นที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากคือ บริษัทที่มีโครงการ คอนโดเป็นสัดส่วนสูง 70-90% คือ NOBLE ORI ANAN LPN บริษัทที่มีรายได้คอนโด 30-50% เป็น AP SIRI SPALI SC
กลุ่มที่สอง จะเป็นหุ้นในกลุ่มบริษัทรับเหมา ซึ่งในรอบนี้หนักที่สุดคงจะเป็นทางด้านของ ITD เนื่องจากเป็นผู้รับเหมาสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ร่วมกับ China Railway No.10 Engineering Group ซึ่งถล่มลงมาโดยตรง ในขณะที่บริษัทรับเหมารายอื่นในตลาดฯ อาจไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากบริษัทรับเหมาในตลาดฯ ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่โครงการ infrastructure ขนาดใหญ่เป็นหลัก
กลุ่มที่สาม คือ หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว เนื่องจากนักท่องเที่ยวอาจตัดสินใจเลื่อนแผนการเดินทางมาประเทศไทย เพื่อรอดูสถานการณ์ ในขณะที่การเข้าพักในโรงแรมที่เป็นอาคารสูงนักท่องเที่ยว อาจยังกังวลในเรื่องความปลอดภัย หุ้นที่กระทบ AOT ERW CENTEL MINT SHR
ท้ายที่สุด คือ บริษัทในกลุ่มประกันภัย TIPH BLA TLI BKIH INSURE และตัวอื่นอีกหลายตัว เนื่องจากคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากภาระการจ่ายสินไหมทดแทน จากความเสียหายของสิ่งก่อสร้างและอาคารต่างๆ ที่ทำประกันไว้จำนวนมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการพังถล่มของอาคารสำนักงาน สตง. จะเกิดการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในวงเงินประกันที่มูลค่าโครงการจำนวนท่าสูงถึง 2,136 ล้านบาท โดยในส่วนนี้มีบริษัทประกัน 4 รายที่มีส่วนจะต้องรับผิดชอบ ได้แก่ TIPH BKIH INSURE และ บริษัทวิริยะประกันภัย
สำหรับเจ๊เมาธ์ ...เจ๊มองว่าหุ้นในกลุ่มประกันภัย เป็นกลุ่มที่จะต้องจับตาเป็นพิเศษ แน่นอนว่าในเรื่องของค่าสินไหมทดแทนที่จะต้องจ่ายเพื่อซ่อมแซมอาคารทั้งที่ กทม. และ เชียงใหม่ คิดเป็นเงินจำนวนมหาศาล...
หากจำได้การจ่ายสินไหมทดแทนหนักๆ เช่นนี้เคยสร้างปัญหามาแล้วในกรณีประกันภัยแบบ “เจอ จ่าย จบ” จากการติดเชื้อ Covid-19 ซึ่งเคยทำให้บริษัทประกันภัยจำนวนมากถึง 4 ราย ได้แก่ เอเชียประกันภัย เดอะวันประกันภัย อาคเนย์ประกันภัย และไทยประกันภัย ถึงกับต้องประกาศล้มเลิกกิจการ
นอกจากนั้น ยังมี บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ SMK ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยและเพิกถอนหลักทรัพย์ออกจากตลาดหุ้นจนทำให้นักลงทุนต่างพากันช้ำกันทั้งตลาดมาแล้ว!!!
แม้ว่ากรณีของแผ่นดินไหวครั้งนี้ อาจไม่ถึงขั้นที่ทำให้บริษัทประกันภัย “เจ๊ง” ซ้ำรอยของการระบาดของเชื้อ Covid-19
แต่...เจ๊เมาธ์ก็เชื่อว่าค่าสินไหมทดแทนที่ต้องจ่ายหนักๆ จะส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานอย่างแน่นอน และที่ว่ามาคือ สาเหตุที่ทำให้เจ๊เมาธ์มองว่าหุ้นในกลุ่มประกันภัยเป็นกลุ่มที่จะต้องจับตาเป็นพิเศษนั่นเองเจ้าค่ะ