กนง.ลดดอกเบี้ย...ไม่ดราม่านะจ๊ะ!

28 ก.พ. 2568 | 11:14 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ก.พ. 2568 | 11:21 น.

กนง.ลดดอกเบี้ย...ไม่ดราม่านะจ๊ะ! : คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย...เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์

*** หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จากระดับ 2.25% สู่ 2.00% ต่อปี โดยให้มีผลทันทีในช่วงบ่ายของวันที่ 26 ก.พ. 68 ดันส่งให้ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดด้วยการปรับบวกขึ้นไป 24.75 จุด หรือ 2.05% แม้ส่วนหนึ่งจะมีผลจากกรณีที่ CPALL แจ้งตลาดฯ ว่าไม่มีความประสงค์ที่จะเข้าร่วมลงทุนในการซื้อกิจการของ Seven & i Holdings แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การลดดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นอาจมาจากแรงกกดดันของทางภาครัฐที่มีต่อ กนง. จะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้ดัชนีหุ้นไทยกลับตัวจากการเป็นตลาดหุ้นขาลงได้ แม้จะเป็นเพียง “การฟื้นตัวระยะสั้น” เพียงแค่ 1 วันก็ตาม... 

ว่าแต่ทำไมการลดดอกเบี้ย จึงอาจมาจากแรงกกดดันของทางภาครัฐ!!!

 

อย่างแรก ถ้าหากมองเอาแค่ช่วงเวลาไม่กี่วันก่อนการประชุม กนง. จะเห็นได้ว่า มีทั้ง นส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ออกมาให้ความเห็นว่า “ต้องการให้ลดดอกเบี้ยเพื่อลดภาระของประชาชน”

ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเจ๊เมาธ์ก็จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร ได้ส่ง รมช.คลัง ให้ออกมาแสดงความเห็นว่า “การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะต้องสอดคล้องกับกรอบเงินเฟ้อที่กำหนด และจะต้องสอดคล้องกับนโยบายการคลังของรัฐบาล” 

อย่างที่สอง ก็เป็นเรื่องที่ ครม. มีหนังสือที่ได้ส่งให้ ธปท. ก่อนการประชุม กนง. ในวันที่ 26 ก.พ. 68 ที่ได้ระบุความกังวลถึงอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ ขณะที่ก่อนหน้านี้นับตั้งแต่รัฐบาลของพรรค “เพื่อไทย” ของ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เคยให้ความเห็นกดดัน ธปท. และ กนง. มาแล้ว ไม่ต่างไปจากรัฐบาลของ นส.แพทองธาร ชินวัตร เช่นกัน

ลงมาเต็มรูปแบบนี้ ถ้ายังไม่เรียกว่ากดดันก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไรได้อีกแล้ว ...ว่าแต่หลังการลดดอกเบี้ย 0.25% แล้วจะมีหุ้นกลุ่มใดที่จะได้หรือเสียผลประโยชน์กันบ้าง!!!
ในมุมมองของนักวิเคราะห์จากหลายสำนักรวมไปถึงเจ๊เมาธ์ มองว่ากลุ่มหุ้นที่พอจะได้อานิสงส์จากการปรับลดดอกเบี้ยในครั้งนี้ น่าจะไม่หลุดไปจาก 

• หุ้นกลุ่มลีส ซิ่งเนื่องจากดอกเบี้ยขาลง จะทำให้ต้นทุนลดลงซึ่งประกอบไปด้วย MTC TIDLOR SAWAD THANI SCAP 

• หุ้นกลุ่มอสังหาฯ ซึ่งจะได้รับอานิสงส์จากแรงซื้อ เช่น SPALI  SIRI LH AP 

• หุ้นกลุ่มหนี้สูงเช่น CPALL MINT 

• หุ้นท่องเที่ยวที่จะได้อานิสงส์จากค่าเงินบาทอ่อน เช่น AOT 

ส่วนหุ้นที่จะเสียผลประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลง ก็คงจะหนีไม่พ้นไปจากหุ้นธนาคารใหญ่ อย่าง KBANK BBL SCB KTB TTB รวมไปถึงหุ้นกลุ่มประกันภัยอย่าง TLI BLA THIP เป็นต้น...

ทั้งนี้...เพื่อความเป็นธรรมของ ธปท. และ กนง. ในสาเหตุของความพยายามควบคุมอัตราเงินเฟ้อผ่านทางการควบคุมอัตราดอกเบี้ยนโยบายเนื่องจากมองว่า  “นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเกินไป คือ การกระตุ้นการสร้างหนี้ใหม่ให้กับระบบเศรษฐกิจ” รวมไปถึงมองว่า “อาจเพิ่มพฤติกรรมการแสวงหาผลตอบแทนที่เสี่ยงมากขึ้น (Search for Yield) ลดทอนแรงจูงใจในการพัฒนาด้านศักยภาพการผลิต ส่งผลลบต่อประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากร

รวมทั้งเพิ่มการสะสมความเปราะบางในระบบเศรษฐกิจ” ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้ก่อนหน้านี้ กนง. จึงยังคงตึงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม .ภาพรวมเศรฐกิจของประเทศเป็นเรื่องที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์เข้ามาผสมผสาน จะไปใช้ความคิดเห็น หรือ ความรู้สึกมาพูดหรือจะเพียงแค่ใช้ตำรามาอ้างเพียงด้านใดด้านหนึ่งคงจะไม่ได้ 

ดังนั้นเจ๊เมาธ์จึงมองว่า การรับฟังและการแบ่งปันข้อมูลจึงเป็นสิ่งจำเป็น...แค่หันหน้ามาคุยกัน อย่ามา “ดราม่า” ว่าใครกดดันใคร อย่ามาโชว์ “อีโก้” นาทีนี้ขอแค่มองภาพรวมของประเทศเป็นหลัก ก็น่าจะเพียงพอที่จะระดมความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกคนออกมา 

ส่วนจะขึ้นลดดอกเบี้ย หรือจะทำอะไรในอนาคต ก็ขอให้พูดคุยกันให้มากขึ้น จนมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันก็พอที่จะสร้างความเชื่อมั่นได้แล้วเจ้าค่ะ