ค่าเงินบาทอ่อนค่าผ่านแนว 34.00 ไปแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 5 สัปดาห์ที่ 34.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนจะกลับมาปิดตลาดที่ระดับ 34.12 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 33.92 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่าเงินบาทอ่อนค่าลงตามสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย (ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสงครามการค้า) และการย่อตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลก ประกอบกับน่าจะมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากทิศทางฟันด์โฟลว์ต่างชาติในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย (โฟลว์ในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิทั้งหุ้นและพันธบัตรไทย 4,964 ล้านบาท และ 5,022 ล้านบาทตามลำดับ)
ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 จากเว็บไซต์ ธปท. อยู่ที่ -22.11 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ -19.34 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า)
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์หน้า (3-7 มี.ค. 2568) ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 33.60-34.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนก.พ. ของไทย สถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน
และประเทศคู่ค้าอื่น ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ผลการประชุม ECB ทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกและสัญญาณฟันด์โฟลว์ในตลาดการเงินไทย ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนก.พ. ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนม.ค. รายงาน Beige Book ของเฟด รวมถึงตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) และตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศอื่นๆ อาทิ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนก.พ. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ และตัวเลขการส่งออกเดือนม.ค.-ก.พ. ของจีนด้วยเช่นกัน