ปักธงไทยฮับท่องเที่ยว-กีฬา ปั้ม“อุตสาหกรรมกีฬาไทย” ปี 2568 ทะลุ 2 แสนล้าน

03 ก.พ. 2568 | 14:23 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.พ. 2568 | 14:28 น.

การผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและกีฬาระดับโลกอย่างยั่งยืน ในปี 2568 นี้การกีฬาแห่งประเทศไทย ผนึกททท.ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกีฬา ดันรายได้ทะลุ 2 แสนล้านบาท

เป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและกีฬา ปี 2568 ภายใต้แคมเปญ Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025 ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและกีฬาระดับโลกอย่างยั่งยืน จะเห็นการทำงานร่วมกันระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกีฬา ที่สร้างมูลค่า GDP ทั้งหมดในระบบเศรษฐกิจ ในปีนี้ทะลุ 2 แสนล้านบาท

ปี 2568 อุตสาหกรรมกีฬาไทย ดันรายได้ทะลุ 2 แสนล้านบาท     

ในปี 2568 นี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประเมินว่า มูลค่า GDP ทั้งหมดในระบบเศรษฐกิจ ที่เกิดจากอุตสาหกรรมการกีฬาของไทย ทั้งทางตรงและทางอ้อมจะอยู่ที่ประมาณ 2.18 แสนล้าน ขยายตัว 6.94% เมื่อเทียบกับคาดการณ์ในปี 2567 โดยแบ่งเป็น มูลค่าทางตรงจากอุตสาหกรรมกีฬาจำนวน 20 อุตสาหกรรม

รายได้อุตสาหกรรมกีฬาไทย

อาทิ การผลิตอุปกรณ์กีฬา การจัดการแข่งขันกีฬา บริการสถานที่ออกกำลังกายและเล่นกีฬา สโมสรกีฬา สมาคมกีฬา การซ่อมแซมเครื่องกีฬา และบริการที่เกี่ยวกับกีฬาอื่นๆ 1.57 แสนล้านบาท และ มูลค่าทางอ้อม จากอุตสาหกรรมอื่นๆในระบบเศรษฐกิจจำนวน 28 อุตสาหกรรม มูลค่า 6.09 หมื่นล้านบาท

เปิด 5 อันดับมูลค่าผลผลิตจากอุตสาหกรรมกีฬา

ทั้งยังคาดการณ์ว่ามูลค่าผลผลิตของอุตสาหกรรมการกีฬาสูงสุด 5 อันดับแรก ในปีนี้ ได้แก่ สาขาบริการโรงแรมที่พักและร้านอาหาร มีมูลค่าสูงสุด อยู่ที่ 1.23 แสนล้านบาท ตามมาด้วย การค้าส่ง/ค้าปลีกทางด้านกีฬา 7.48 หมื่นล้านบาท การผลิตอุปกรณ์กีฬา มูลค่า 2.56 หมื่นล้านบาท บริการการเดินทางทางและการขนส่ง 2.13 หมื่นล้านบาท และการผลิตยานพาหนะสำหรับการกีฬา 1.77 หมื่นล้านบาท

ขณะที่จำนวนการจ้างงานในอุตสาหกรรมกีฬาจะเพิ่มจาก 3.79 แสนคนในปีที่ผ่านมา เพิ่มเป็น 4.07 แสนคนในปีนี้ โดยแบ่งเป็น การจ้างงานในอุตสาหกรรมกีฬาโดยตรงทั้ง 20 อุตสาหกรรม 2.96 แสนคน และอุตสาหกรรมอื่นๆบนห่วงโซ่อุปทานทั้ง 28 อุตสาหกรรม 1.1 แสนคน รวมทั้งในปีนี้มูลค่าผลผลิตอุตสาหกรรมการกีฬา คาดว่าจะอยู่ที่ 5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 4.65 แสนล้านบาท

การเติบโตของระบบเศรษฐกิจ ที่เกิดจากอุตสาหกรรมการกีฬาของไทยที่เกิดขึ้น แสดงถึงการกลับมาเติบโตต่อเนื่องสูงกว่าช่วงปีก่อนเกิดโควิด-19 ไปแล้ว ทั้งนี้ในมูลค่าผลผลิตของอุตสาหกรรมกีฬา ปีละกว่า 2 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นส่วนที่อยู่ภายใต้การดำเนินการของการกีฬาแห่งประเทศไทย อยู่ที่ราว 4 หมื่นล้านบาท

กกท.ตั้งเป้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกีฬาโต 10%

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในปีนี้กกท.ตั้งเป้าหมายการขับเคลื่อนมูลค่าผลผลิตของอุตสาหกรรมกีฬาในส่วนที่ดูแล เพิ่มขึ้น 10% จากมูลค่า 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการจัดการแข่งขันกีฬาต่างๆ ในการส่งเสริมด้านสปอร์ตแอนด์ทัวริสซึม

โดยในปีนี้เป็นปี Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025 ทำให้กกท.จะหารือกับททท.เพื่อทำงานร่วมกันในการจัดเมกะอีเว้นท์ด้านกีฬาตลอดทั้งปี เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงกีฬา สร้างรายได้เข้าประเทศ

ดร.ก้องศักด ยอดมณี

ชูเมกะอีเว้นท์กีฬา หนุน Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025

ทั้งนี้ในปีนี้จะมีเมกะอีเว้นท์กีฬาสำคัญในหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน “ซีเกมส์” ในช่วงเดือนวันที่ 9-20 ธันวาคมนี้ โดยจะมีการจัดพิธีเปิดงานที่ สนามหลวง กรุงเทพฯ โดยจะเน้นการแสดงเพื่อนำเสนอซอฟต์พาวเวอร์ไทย โปรโมทสินค้าไทย อาหารไทย แหล่งท่องเที่ยว โดยใช้กีฬาเป็นตัวนำ

การจัดการแข่งขัน MotoGP ณ สนามช้างอินเตอร์ ซึ่งในปีนี้เป็นครั้งแรกที่จัดการแข่งขันขึ้นเป็นสนามแรกในฤดูกาลนี้ ซึ่งจะเริ่มแข่งขันในวันที่ 28 กุมภาพันธ์- 2 มีนาคมนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานทั้งคนไทยและต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน จากเดิมทุกครั้งที่จะจัดการแข่งขันในช่วงปลายปี และความพิเศษในปีนี้คือทางผู้จัดงานจะขึ้นมาโปรโมทงานที่กรุงเทพฯด้วย และยังเป็นแรกที่ ก้อง-สมเกียรติ จันทรา นักแข่งกรังด์ปรีซ์ มอเตอร์ไซค์เคิลเรซซิงชาวไทยคนแรก ที่จะได้เข้าแข่งขัน MotoGP ในปีนี้ด้วย

ปักธงไทยฮับท่องเที่ยว-กีฬา ปั้ม“อุตสาหกรรมกีฬาไทย” ปี 2568 ทะลุ 2 แสนล้าน

นอกจากนี้กกท.ยังจะส่งเสริมนักกีฬาไทย เข้าแข่งขันในกีฬาฤดูหนาว อย่าง ไอซ์ฮอกกี้ ที่ได้รับความสนใจมากขึ้น หลังจากพระราชินี ทรงโปรดเล่นกีฬาไฮซ์ฮอกกี้ ซึ่งจะมีการส่งนักกีฬาไทยไปแข่งขันไอซ์ฮอกกี้ ในงานเอเชียน เกมส์ ฤดูหนาว ที่เมืองฮาบิน ประเทศจีน เป็นต้น การแข่งขันเอเชียนยูธเกมส์ ที่อุชเบกิสถาน เป็นต้น

รวมไปถึงการจัดรายการวิ่งระดับนานาชาติที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งเทรล ระดับโลก ที่เบตง จ.ยะลา วันที่ 1-4 พฤษภาคมนี้ การจัดการแข่งขัน Amazing Thailand marathon 2025 หรือวิ่งผ่าเมือง ซึ่งก็จะมีนายอิลิอุด คิปโชเก้ ตำนานนักวิ่งมาราธอนโลก เจ้าของสถิติวิ่งมาราธอน แชมป์โอลิมปิกเกมส์ 2 สมัย ชาวเคนยา เข้าร่วมแข่งขันด้วย เป็นต้น

สำหรับวงเงินในการขับเคลื่อนการกีฬาของกกท.ในปีงบประมาณ 2568 จะอยู่ที่ 2 พันกว่าล้านบาท และยังมีกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติอีกราว 4 พันล้านบาท ซึ่งจะเป็นเงินกองทุนที่ส่วนใหญ่จะสนับสนุนนักกีฬา

อย่างไรก็ตามไม่เพียงเป้าหมายการขยายตัวของมูลค่าผลผลิตอุตสาหกรรมกีฬาในส่วนที่ดูแล เพิ่มขึ้น 10% จากมูลค่า 4 หมื่นล้าน ที่กกท.ดูแลอยู่เท่านั้น กกท.ก็ยังโปรโมทกีฬาต่างๆที่มีการจัดขึ้นในไทย อาทิ การแข่งขันเจ็ทสกีระดับโลกที่พัทยาทุกปี เป็นต้น ซึ่งในปีนี้ก็ยังมั่นใจว่าอุตสาหกรรมการกีฬาโดยรวมของไทยก็ยังคงเติบโตต่อเนื่อง

ตั้งเป้าดึง“ฟอร์มูล่าวัน” หรือ “F1” จัดในไทยปี 2570

นอกจากนี้กกท.ยังต้องเตรียมแผนที่จะดึงรายการแข่งขันกีฬาระดับโลกเข้ามาจัดในไทยเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น การเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬา “เอเชียนเกมส์” ในอนาคต การจัดการแข่งขัน “ฟอร์มูล่าวัน” หรือ “F1” ซึ่งไทยมองเป้าหมายการเป็นเจ้าภาพในปี 2570 โดยทีเส็บ จะเป็นหน่วยงานที่จะไปบิดดิ้ง

ในขณะนี้เรายังอยู่ระหว่างการพิจารณาสนามแข่งขันคาดว่าจะได้ข้อสรุปในอีก 2-3 เดือนนี้ ซึ่งจะเป็นในลักษณะ Road Race ซึ่งกว่า 80% พิจารณาว่าจะปิดถนนแข่งขันกันที่บริเวณจตุจักร เนื่องจากกระทบต่อบ้านเรือนของประชาชนน้อยที่สุด และไม่กระทบต่อพื้นที่โบราณสถาน การดึงงานแข่งขัน “ฟอร์มูล่า อี” ซึ่งเป็นรายการแข่งขันรถอีวีระดับโลกเข้ามาจัดในไทย การแข่งขัน “อินดี้ คาร์” ของประเทศสหรัฐอเมริกาเข้ามาจัดในไทย เป็นต้น

รุกพัฒนาสนามกีฬา-สปอร์ตคอมเพล็กซ์

ผู้ว่ากกท.ยังกล่าวต่อว่าขณะเดียวกันกกท.ยังต้องมองไปถึงการพัฒนาสนามกีฬา โดยในส่วนของสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน ขณะนี้กกท.อยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการคลัง เรื่องของการลดค่าเช่าและค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อเปิดประมูลดึงเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน ในการปรับปรุงสนามกีฬา และการสร้างอาคารใหม่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมกีฬา ไปจนถึงที่พัก และโรงเรียนกีฬา รวมมูลค่าการลงทุนราว 1 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเปิดประมูลได้ในราวเดือนมีนาคมนี้

รวมทั้งการสร้างลงทุนสร้างสปอร์ต คอมเพล็กซ์ ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ที่ชลบุรี รวม 1,600 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของกกท. 300 ไร่ ส่วนที่เหลือจะขอใช้พื้นที่ของอีอีซี ที่จะสร้างสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ รองรับการแข่งขันกีฬาได้หลายชนิดกีฬา ซึ่งก็จะเปิดประมูลหาเอกชนมาร่วมลงทุน คาดการณ์งบลงทุนราว 2 หมื่นล้านบาท

ทั้งหมดล้วนเป็นการขับเคลื่อนด้านกีฬาของไทยที่จะเกิดขึ้นในปีนี้

หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 4,060 วันที่ 9 - 11 มกราคม พ.ศ. 2568