นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แกร็บ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่าสภาพเศรษฐกิจปีนี้ชะลอตัว อย่างไรก็ตามตลาดฟู้ดเดลิเวอรี ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยข้อมูล โมเมนตัม เวิร์ก ระบุว่าตลาดฟู้ดเดลิเวอรีไทยมีมูลค่า 1.4 แสนล้านบาท เติบโตขึ้น 12% โดยแกร็บมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่ง ที่ 46%
ขณะที่ตลาดโมบิลิตี้ การเติบโตธุรกิจท่องเที่ยวยังทำให้บริการดังกล่าวมีการเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งแกร็บมองว่าแม้เศรษฐกิจโดยรวมไม่เติบโต แต่ยังมีช่องว่างการให้แกร็บเติบโตได้ โดยแกร็บยังเดินหน้าสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด และเป็นผู้นำในการนำเสนอบริการ และนวัตกรรมใหม่ออกสู่ตลาด
โดยในปีนี้ แกร็บ ประเทศไทย เดินหน้าขยายตลาดด้วยกลยุทธ์ S.M.A.R.T ที่เน้นความยั่งยืน พัฒนาเทคโนโลยี และเสริมความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มบริการ รองรับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล
โดยวางแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 5 แกนหลัก ได้แก่ ความยั่งยืน (Sustainability) ที่เน้นลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การผลักดันให้คนขับใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ผ่านโครงการ Grab EV ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนรถ EV ในระบบมากกว่า 10,000 คัน รวมถึงขยายฟีเจอร์ Carbon Offset ให้ผู้ใช้สามารถร่วมบริจาคเพื่อซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ควบคู่ไปกับโครงการ Grab Go Green ที่ส่งเสริมให้ผู้ใช้สั่งอาหารช่วงเวลาก่อนร้านปิด เพื่อลดขยะอาหารจากร้านค้า
ด้านการขยายตลาด (Market Expansion) แกร็บเตรียมขยายบริการ GrabCar SAVER และ GrabBike SAVER ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ Family Account เพื่อให้กลุ่ม Baby Boomer และ Gen Alpha ใช้บริการผ่านบัญชีของสมาชิกในครอบครัวได้สะดวกขึ้น สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ แกร็บยังคงเดินหน้าขยายบริการรับ-ส่งจากสนามบิน รวมถึงพัฒนา Advance Booking for Airport Pickups ให้สามารถระบุเที่ยวบินและเวลารับ-ส่งล่วงหน้า อีกทั้งสนับสนุนนโยบาย Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 ของรัฐบาล เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ
ด้านการทำให้บริการเข้าถึงได้มากขึ้น (Affordability) แกร็บเดินหน้าขยาย GrabCar SAVER และ GrabBike SAVER ไปยังเมืองรอง พร้อมเพิ่มโปรโมชัน Hot Deals ที่มอบส่วนลดพิเศษจากร้านอาหารชั้นนำทั่วประเทศ รวมถึงขยายแคมเปญ GrabFood Mega Sale ที่ให้ส่วนลดสูงสุดถึง 80% และจัดส่งฟรีทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นการใช้บริการฟู้ดเดลิเวอรี
ด้านการรักษาฐานลูกค้าและพาร์ทเนอร์ (Retention) แกร็บยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างความผูกพันกับลูกค้าผ่านโปรแกรม GrabUnlimited ซึ่งเปิดให้สมัครสมาชิกในราคา 19 บาทต่อเดือน หรือ 99 บาทต่อปี พร้อมต่อยอด GrabVIP สำหรับลูกค้ากลุ่มพรีเมียมที่ใช้บริการต่อเนื่อง ให้ได้รับสิทธิพิเศษ เช่น Priority Delivery และ Priority Support สำหรับพาร์ทเนอร์คนขับและร้านค้า แกร็บเตรียมมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติม ทั้งสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ฟรีประกันสุขภาพ และสิทธิพิเศษอื่น ๆ เพื่อเสริมความมั่นคงในอาชีพ
ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Tech & Innovation) แกร็บเตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ เช่น QR Payment เพิ่มทางเลือกการชำระเงินให้สะดวกขึ้น GrabExecutive บริการเรียกรถล่วงหน้าระดับพรีเมียมสำหรับลูกค้าไฮเอนด์ และ Book Table ระบบจองร้านอาหารที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม Chope เพื่อช่วยให้ลูกค้าได้รับบริการที่สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับการดำเนินการในปี 2568 จะต่อยอดจากความสำเร็จของปี 2567 ซึ่งแกร็บสามารถขยายฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้บริการเรียกรถเพิ่มขึ้น 138% ผ่านจุดรับ-ส่งในสนามบินหลักทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต และเชียงใหม่ รวมถึงความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการกระตุ้นการเดินทางไปยังเมืองรอง
นอกจากนี้ แกร็บยังสามารถขยายฐานลูกค้าฟู้ดเดลิเวอรีได้อย่างต่อเนื่อง โดยฟีเจอร์ Group Order ทำให้ยอดสั่งอาหารเติบโตขึ้น 2 เท่า และการอัปเกรด Advance Booking ช่วยให้ยอดจองล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 60% ในช่วงเทศกาล
ข้อมูลจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ระบุว่า ในปี 2566 ธุรกิจของแกร็บมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.79 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 1% ของ GDP ประเทศไทย ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของแกร็บในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และในปี 2568 บริษัทจะยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรม ขยายบริการ และสนับสนุนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป