เกาะติดตารางการแข่งขันและถ่ายทอดสดศึกฟุตบอลเอฟเอคัพ( FA Cup) ประเทศอังกฤษ รอบ 8 ทีมสุดท้าย บอร์นมัธ ปะทะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันนี้ วันที่ 30 มีนาคม 2568
เป็นการแข่งขันระหว่างกุนซือชาวคาตาลัน กับ กุนซือชาวบาสก์ ในรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลถ้วยเก่าแก่ที่สุดของอังกฤษ เมื่อ อันโดนี อิราโอลา นำทัพ บอร์นมัธ เปิดบ้านที่สนามไวทอลิตี้ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก
เชอร์รี่ส์ ผ่านเข้ารอบด้วยการดวลจุดโทษเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ขณะที่แชมป์แห่งอังกฤษเกือบเจอเซอร์ไพรส์จาก พลิมัธ อาร์ไกล์ ก่อนจะเอาชนะไปได้ 3-1
ผลงาน 10 นัดล่าสุด
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นทีมที่น่ากลัวที่สุดที่เหลืออยู่ในศึก FA Cup แม้จะอยู่ในสภาพปัจจุบัน โดยสถิติในรอบก่อนรองชนะเลิศของพวกเขานั้นพูดได้ด้วยตัวเอง ทีมของกวาร์ดิโอล่าชนะ 7 นัดติดต่อกันในรอบก่อนรองชนะเลิศ FA Cup และผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในทุกๆ 6 ฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสถิติที่ไม่มีทีมใดในอังกฤษทำได้
อย่างไรก็ตาม การเอาชนะพลิมัธถือเป็นชัยชนะล่าสุดของพวกเขาในทุกรายการ เนื่องจากหลังจากนั้น เรือใบสีฟ้าก็กลับมาแสดงผลงานระดับกลางๆ ด้วยการแพ้ 0-1 ต่อ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ และเสมอ 2-2 กับ ไบรตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ในพรีเมียร์ลีก แม้ว่าอันดับ 5 ของพวกเขาน่าจะเพียงพอสำหรับโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกเนื่องจากค่าสัมประสิทธิ์ยูฟ่าที่เหนือกว่าของอังกฤษ
ด้าน บอร์นมัธ ที่เคยมีความหวังในการเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกอยู่ช่วงหนึ่ง คงต้องลืมเรื่องการได้ยินเพลงอันโด่งดังดังก้องสนามไวทอลิตี้ในฤดูกาลหน้า เนื่องจากพวกเขาสูญเสียฟอร์มอันยอดเยี่ยมไปก่อนการหยุดพักสองสัปดาห์
ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 25 มกราคม เชอร์รี่ส์ไม่แพ้ใครใน 12 เกมติดต่อกันในทุกรายการ แต่ตอนนี้ อิราโอลา ได้เห็นทีมของเขาแพ้ 4 จาก 8 เกมล่าสุด รวมถึงการพ่าย 1-2 ในบ้านให้กับ เบรนท์ฟอร์ด ทีมที่ชอบทำผลงานนอกบ้านในนัดล่าสุด
อย่างไรก็ตาม ทีมที่อยู่อันดับ 10 นี้ยังมีโอกาสลุ้นอันดับท็อปเซเว่น และจะได้ตั๋วไปยูโรปา ลีก หากพวกเขาสามารถสร้างเรื่องราวอันน่าทึ่งของการเป็นม้านอกสายตาใน FA Cup ซึ่งพวกเขาพยายามจะเข้าถึงรอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
เรือใบสีฟ้ากลับมาจากช่วงหยุดพักทีมชาติพร้อมกับนักเตะชุดเกือบเหมือนเดิม โดย โรดรี (เอซีแอล), จอห์น สโตนส์ (ต้นขา), นาธาน อาเก้ (เท้า) และ มานูเอล อคันจี (ต้นขา) ยังคงต้องพักรักษาตัว ขณะที่ ออสการ์ บอบบ์ เพิ่งกลับมาลงเล่นให้กับทีมเยาวชนแต่อาจจะยังไม่ถูกเสี่ยงให้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่
อย่างไรก็ตาม กวาร์ดิโอล่า มีข่าวดีว่า ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง เอแดร์สัน จะพร้อมลงเล่นหลังจากมีปัญหาเรื่องช่องท้อง และอาการบาดเจ็บที่ ยอสโก กวาร์ดิโอล ได้รับในระหว่างปฏิบัติหน้าที่กับทีมชาติโครเอเชียดูเหมือนจะไม่ได้ร้ายแรง
ด้านแนวรุก เออร์ลิง ฮาลันด์ จะนำทัพหลังจากทำไป 100 แต้มในพรีเมียร์ลีก (รวมประตูและแอสซิสต์) ระหว่างเกมเสมอกับ ไบรตัน ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่เขาทำลายสถิติด้วยการใช้เวลาเพียง 94 นัด
บอร์นมัธ
อิราโอลา จะต้องเสียใจกับการขาดผู้เล่นสำคัญสองคน เมื่อแนวรับคู่หูที่เป็นที่ต้องการ มิลอส เคอร์เคซ และ ดีน ฮูเยนเซ่น ต่างติดโทษแบนจากการได้รับใบเหลือง 2 ใบในศึก FA Cup ฤดูกาลนี้
ฮูลิโอ โซเลอร์ น่าจะเป็นตัวเลือกทดแทน เคอร์เคซ ในตำแหน่งแบ็คซ้าย และอิราโอลา อาจสามารถใช้ มาร์กอส เซเนซี่ ที่เพิ่งฟิตกลับมาแทน ฮูเยนเซ่น ได้ แต่เขาจะไม่ได้เล่นเต็ม 90 นาที ตามที่กุนซือยืนยัน
เจมส์ ฮิลล์ และ อิลยา ซาบาร์นี่ย์ น่าจะจับคู่กันตั้งแต่เริ่มเกม ขณะที่ อดัม สมิธ (น่อง), ฮูเลียน อาเราโฮ (ต้นขา), หลุยส์ ซินิสเตร์ร่า (หลังขา) และ เอเนส อูนัล (เข่า) ยังคงพักรักษาตัวอยู่