นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เพื่อป้องกันและลดมลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จากภาคคมนาคมขนส่งเนื่องในช่วงเดือนตุลาคม - ธันวาคมของทุกปีประเทศไทยจะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ทำให้พบปัญหาฝุ่น PM 2.5 ลอยสะสมอยู่ในอากาศจำนวนมาก
กรมการขนส่งทางบกได้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจการขนส่งทางบกลงพื้นที่ตรวจสอบค่าควันดำ ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และตรวจสอบรถโดยสารประจำทาง ณ อู่รถ ขสมก. ทั้ง 8 เขตการเดินรถ จำนวน 21 แห่ง รวมถึงที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร, เอกมัย, สายใต้, บรมราชชนนี) อย่างต่อเนื่อง
โดยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 4 ธันวาคม 2567 ได้ดำเนินการตรวจรถโดยสารและรถบรรทุกแล้วจำนวน 12,549 คัน พบรถที่มีค่าควันดำเกินเกณฑ์ที่กำหนดจำนวน 20 คัน และดำเนินการพ่นห้ามใช้แล้ว พร้อมกับกำชับให้ผู้ประกอบการต้องนำรถไปแก้ไขให้เรียบร้อยจึงจะสามารถนำรถมาให้บริการประชาชนได้
ทั้งนี้ กรมฯ ได้ประสานขอความร่วมมือสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุกไม่ประจำทางหลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้าและการวิ่งรถเปล่าในช่วงเทศกาลปีใหม่เพื่อลดปัญหาการจราจรแออัดและลดอุบัติเหตุ หากมีความจำเป็นต้องใช้รถ แนะนำผู้ประกอบการขนส่งให้บำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อยู่เสมอเพื่อลดการปล่อยมลพิษ
สำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ใกล้มาถึงนี้ คาดการณ์ว่าจะมีประชาชนใช้รถยนต์เป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายวัน การที่ประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและหันมาใช้รถโดยสารสาธารณะจะสามารถช่วยลดการปล่อยควันดำ ซึ่งเป็นสาเหตุการเกิดฝุ่น PM 2.5 จากภาคขนส่งได้
ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการใช้รถโดยสารสาธารณะแก่ประชาชน จึงกำหนดให้ ขสมก. จัดให้มีรถ Shuttle Bus ทำหน้าที่เชื่อมต่อการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ (Feeder) ระหว่าง สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) – สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต(BTS) โดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่ วันที่ 15 ธ.ค. 67 เป็นต้นไป