สหรัฐฯ - ยูเครน ปิดดีลแร่ธาตุ ท่ามกลางแรงกดดันยุติสงคราม

26 ก.พ. 2568 | 08:31 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ก.พ. 2568 | 09:17 น.

สหรัฐฯ และยูเครน บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นด้านแร่ธาตุ ท่ามกลางแรงกดดันให้ยุติสงคราม แต่ยังไร้หลักประกันความมั่นคง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สหรัฐและยูเครนได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับแร่ธาตุ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่กรุงเคียฟใช้ผลักดันให้วอชิงตันให้การสนับสนุน ท่ามกลางความพยายามของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการยุติสงครามกับรัสเซียโดยเร็ว แหล่งข่าวสองรายที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เปิดเผยเมื่อวันอังคาร

แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับร่างข้อตกลงระบุว่า ข้อตกลงนี้ไม่ได้ระบุถึงการรับประกันความมั่นคงของสหรัฐฯ หรือการส่งมอบอาวุธเพิ่มเติม แต่ระบุว่าสหรัฐฯ ต้องการให้ยูเครนเป็น "ประเทศที่เสรี อธิปไตย และมั่นคง"

ขณะที่อีกแหล่งข่าวหนึ่งกล่าวว่า การจัดส่งอาวุธให้ยูเครนในอนาคต ยังคงอยู่ระหว่างการหารือ ระหว่างวอชิงตันและเคียฟ

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี มีกำหนดเดินทางมายังวอชิงตันในวันศุกร์ เพื่อเซ็นสัญญาข้อตกลงสำคัญ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ทั้งสองผู้นำมีการปะทะคารมกันอย่างดุเดือดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นการ "ตอบแทน" สำหรับความช่วยเหลือมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่สหรัฐฯ มอบให้แก่ยูเครน นอกจากนี้ เขายังเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการส่งกองกำลังรักษาสันติภาพไปยังยูเครนหากสามารถบรรลุข้อตกลงยุติสงครามได้

อย่างไรก็ตาม รัสเซียปฏิเสธแนวคิดการส่งกองกำลังนาโต้เข้าไปในยูเครน แม้ว่าประเทศในยุโรปบางประเทศจะยินดีส่งกำลังเข้าร่วมภารกิจดังกล่าวก็ตาม โดยทรัมป์กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า รัสเซียอาจยอมรับกองกำลังรักษาสันติภาพที่ไม่ได้มาจากนาโต้ แต่รัสเซียออกมาปฏิเสธเรื่องนี้เมื่อวันอังคาร

การที่ทรัมป์ต้องการเร่งยุติสงครามและมีท่าทีโน้มเอียงไปทางรัสเซีย สร้างความกังวลว่าอาจนำไปสู่การยอมต่อเงื่อนไขของ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคงของยูเครนและยุโรป รวมถึงเปลี่ยนโฉมหน้าของภูมิรัฐศาสตร์โลก

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยกล่าวโจมตีเซเลนสกีโดย ระบุว่าเขาเป็น "เผด็จการ" ที่ไม่มีความนิยมจากประชาชน และต้องเร่งทำข้อตกลงสันติภาพ มิฉะนั้นยูเครนจะพ่ายแพ้สงคราม ขณะที่เซเลนสกีตอบโต้ว่า ทรัมป์กำลังตกอยู่ใน "โลกแห่งข้อมูลเท็จ"

รายละเอียดข้อตกลงด้านแร่ธาตุและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ

แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่าย เห็นพ้องกับร่างข้อตกลงและเสนอให้มีการลงนาม โดยทรัมป์กล่าวว่า ต้องการความมั่นคง และผู้เสียภาษีชาวอเมริกันจะได้รับเงินของพวกเขาคืน พร้อมผลตอบแทน

เดิมทียูเครนเคยปฏิเสธร่างข้อตกลงฉบับก่อนหน้า เนื่องจากสหรัฐฯ เรียกร้องสิทธิ์ในทรัพยากรแร่ธาตุของยูเครนมูลค่า 500,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กรุงเคียฟแย้งว่า ยูเครนได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ น้อยกว่าจำนวนดังกล่าวมาก และข้อตกลงไม่ได้ให้หลักประกันด้านความมั่นคง

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ร่างข้อตกลงปัจจุบัน สหรัฐฯ และยูเครนจะจัดตั้ง กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและการลงทุน (Reconstruction Investment Fund) กองทุนนี้จะรวบรวมและนำรายได้จากทรัพยากรยูเครน เช่น แร่ธาตุ น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ กลับมาลงทุนใหม่

ยูเครนจะส่งรายได้ 50% ของผลกำไรสุทธิ เข้ากองทุน จนกว่าจะถึงเป้าหมาย 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จะให้คำมั่นสนับสนุนทางการเงินระยะยาวเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจยูเครนให้มีเสถียรภาพ

เมื่อถูกถามว่ายูเครนจะได้รับอะไรจากข้อตกลงนี้ ทรัมป์กล่าวว่า ยูเครนได้รับเงินช่วยเหลือ 350,000 ล้านดอลลาร์จากสหรัฐฯ พร้อมอาวุธจำนวนมาก และยังคงมีสิทธิ์ต่อสู้ต่อไป

ยุโรปเร่งหาทางรับมือ

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ได้ยินว่าเซเลนสกีจะมาวันศุกร์นี้ และแน่นอนว่าไม่ขัดข้องถ้าต้องการมาเซ็นข้อตกลงร่วมกัน

ขณะเดียวกัน ผู้นำยุโรปต่างวิตกกังวลกับท่าทีของทรัมป์ ที่เลือกเจรจากับรัสเซียโดยไม่สนใจจุดยืนของยูเครนและยุโรป นอกจากนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ จะไม่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงของยุโรปเป็นลำดับแรกอีกต่อไป

ยูเครนมีแหล่งแร่ธาตุสำคัญของโลก

ข้อมูลจากยูเครนระบุว่า ประเทศมีแหล่งแร่ธาตุ 22 จาก 34 ชนิด ที่สหภาพยุโรประบุว่าเป็นทรัพยากรสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่

  • แร่โลหะอุตสาหกรรมและก่อสร้าง
  • โลหะผสมเหล็ก
  • แร่โลหะมีค่า โลหะนอกกลุ่มเหล็ก และแร่หายากบางชนิด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยูเครนเป็นแหล่งสำรอง กราไฟต์ (Graphite) กว่า 20% ของโลก ซึ่งเป็นวัสดุสำคัญสำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์