เฟดคงอัตราดอกเบี้ย 4.25-4.50% ตามคาด เมินแรงกดดันจากทรัมป์

30 ม.ค. 2568 | 07:55 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ม.ค. 2568 | 07:57 น.

เฟดคงดอกเบี้ย 4.25-4.50% ตามคาด แม้โดนัลด์ ทรัมป์ กดดันให้ลดดอกเบี้ย แต่ FOMC มีมติเอกฉันท์ตรึงอัตราดอกเบี้ย หลังปรับลดต่อเนื่อง 3 ครั้งก่อนหน้า

ในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 4.25-4.50% ตามการคาดการณ์ของตลาด

ก่อนหน้านี้ เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งติดต่อกันรวม 1.00% ตั้งแต่เดือนก.ย.2567 โดยได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในเดือนก.ย. ขณะที่ปรับลด 0.25% ทั้งในเดือนพ.ย.และ ธ.ค.

เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ภาพ : reuters อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางสหรัฐฯ ประชุมกันครั้งแรกในสัปดาห์นี้ในวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองของโดนัลด์ ทรัมป์ซึ่งได้ส่งสัญญาณไปแล้วว่าต้องการให้มีการลดอัตราดอกเบี้ยโดยทันทีในการกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม World Economic Forum (WEF) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการพักอัตราดอกเบี้ยเป็นเวลานาน เนื่องจากเฟดกำลังประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและรอรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการค้าและการย้ายถิ่นฐานของ โดนัลด์ ทรัมป์

หรืออีกทางหนึ่ง อาจเป็นการพักอัตราดอกเบี้ยชั่วคราวหากเงินเฟ้อกลับมาลดลงอย่างรวดเร็ว และเจ้าหน้าที่เชื่อว่านโยบายของประธานาธิบดีจะผลักดันให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้นเล็กน้อย
 

 

เจอโรม พาวเวลล์ กล่าวว่า ต้องปล่อยให้นโยบายเหล่านี้ได้รับการกำหนดขึ้นก่อนที่เราจะเริ่มประเมินอย่างสมเหตุสมผลว่านโยบายเหล่านั้นจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างไร

นี่ไม่ต่างจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายชุดอื่นๆ ในช่วงเริ่มต้นการบริหาร เราจะเฝ้าดูและทำความเข้าใจอย่างอดทน และไม่รีบเร่งที่จะเข้าใจว่านโยบายของเราควรตอบสนองอย่างไร จนกว่าจะเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้น

เมื่อถูกถามถึงความเห็นของทรัมป์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่เขาเรียกร้องให้ลดอัตราดอกเบี้ยทันที พาวเวลล์ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นว่าประธานาธิบดีได้เรียกร้องเช่นนั้นหรือไม่ หรือความคิดเห็นของเขามีอิทธิพลต่อนโยบายอย่างไร 

พาวเวลล์กล่าวว่า ประชาชนควรมีความมั่นใจว่าเฟดจะทำงานต่อไปในแบบที่ทำอยู่ โดยมุ่งเน้นที่การใช้เครื่องมือต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมาย และตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่และเสริมว่าเขาไม่ได้ติดต่อกับทรัมป์เลย  

ขณะที่พาวเวลล์ ย้ำว่า เฟดจะยังคงดำเนินงานโดยอิสระต่อไปนั่นคือสิ่งที่เฟดจะทำอยู่เสมอ และผู้คนควรมีความมั่นใจในสิ่งนั้น