นายสันต์ ศรีอรรฆ์ธำรง โพสข้อความผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว (Sunt Srianthumrong) โดยมีข้อความว่า
Covid-19: Update กราฟขาลง Omicron BA.5 Wave#6 มองไปข้างหน้า 1 เดือน จนถึง Endemic ได้เวลาเริ่มนับถอยหลัง
เราเข้าสู่ช่วงขาลงที่มั่นคงดีมากมาพักใหญ่ แม้จะเปิดเมือง ทำกิจกรรมที่ถอดหน้ากากกันเยอะมากแล้ว แนวโน้มข้างหน้ายังคงเป็นข่าวดี
กราฟ %Increase:
- ตัวเลขจริงลดลงเหลือ 1.6% วิ่งตามเส้นประสีเหลือง ด้วยแนวโน้มที่มั่นคง ตามเส้นตรงเส้นเดิมมาได้ยาวนานกว่า 2 เดือน
- ค่า Time Constant ปัจจุบันอยู่ที่ 25 วัน ซึ่งหมายถึง ขนาดของ Wave จะเล็กลงเหลือ 36% ทุกๆ 25 วัน
- กราฟกำลังเข้าใกล้ 1% ซึ่งหลังจากลดลงต่ำกว่าระดับนี้ อาจเปลี่ยนแนวโน้มเข้าสู่จุดอิ่มตัวที่ 0.5% ในช่วง 1 ต.ค. ที่ Endemic พอดี
- กราฟที่จุดอิ่มตัวนี้จะกำหนดอัตราการติดเชื้อสุดท้ายที่จะเป็นค่า Background Infection ต่อไปอีกยาวนาน จนกว่าจะได้วัคซีนประเภทใหม่ เช่น Dual-variant Covid Vaccine ซึ่งกำลังมาแล้วใน EU, US
กราฟผู้ติดเชื้อรายวัน: ประเมินจากอัตราการเสียชีวิต 0.035%
- ผู้ติดเชื้อรายวันช่วงวันที่ 4 ก.ย.นี้ ทั้งที่เข้าระบบหรือไม่เข้า แจ้งและไม่แจ้ง น่าจะประมาณวันละ 40,000 คน ลงมาต่ำกว่า 50% ของจุดสูงสุดของ Wave #6 ที่ประมาณ 90,000 แล้ว
- ผู้ติดเชื้อรายวัน ช่วง Endemic วันที่ 1 ต.ค. 2022 ควรอยู่ที่ประมาณ 16,000 - 20,000 คน และอาจเข้าสู่จุดอิ่มตัวที่ไม่ลดลงไปกว่านี้แล้ว
- ตัวเลขในข้อ 2 คิดเป็น 10% ของจุดสูงสุดของ Omicron Wave#5 และ 20% ของ Omicron BA.5 Wave#6
- ผู้ติดเชื้อรายวัน 20,000 คนสำหรับประเทศไทยหมายถึง คนไทย 1 คนมีโอกาสติดเชื้อเฉลี่ย 1 ครั้งทุกๆ 10 ปี ซึงถือว่าน่าจะป็น Endemic แล้วจริงๆ โอกาสดีกว่านี้ยากมากสำหรับไวรัสที่แพร่ได้รวดเร็วระดับแชมป์โลก
- ผู้เสียขีวิตรายวัน น่าจะลดลงเหลือประมาณ 10 คนต่อวันช่วงวันที่ 1 ต.ค. 2022 และมีโอกาสได้เห็นเลขตัวเดียวหลังจากนั้น
กราฟผู้ติดเชื้อรายวัน: ประเมินจากจังหวัดขยันตรวจ
- เป็นขาลงต่อเนื่องมากได้ 6 สัปดาห์แล้ว และแนวโน้วยังลงต่อไป
- ผู้ติดเชื้อรายวันที่รายงานเข้าระบบควรอยู่ที่ประมาณ 20,000 คนต่อวัน และแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ
- มีโอกาสเห็นตัวเลขรายงาน ATK+ เหลือต่ำกว่าวันละ 10,000 ช่วง 1 ต.ค.
กราฟ %Change ของผู้ป่วยปอดอักเสบ:
- ลดลงมาอยู่ในแดนลบอย่างต่อเนื่องแล้ว 17 วัน ยืนยันขาลงที่มั่นคง
- รอบก่อนกราฟสามารถอยู่ในแดนลบได้ 60 วัน
- โอกาสที่จะเกิด Wave#7 ลูกใหม่ ขนาดย่อม น่าจะเป็นช่วงเปิดเทอม พ.ย. 2022
- เดือนก.ย. ต.ค. น่าจะเป็นเดือนที่ดี โดยที่วิถีชีวิตกลับมาเป็นปกติแล้วเป็นส่วนใหญ่
- ถ้าฉีด Dual-variant Covid Vaccine ได้ทันก่อนพ.ย. Wave#7 จะเล็กมาๆ แต่ถึงฉีดไม่ทันขนาด Wave ก็ไม่น่ากังวลเพราะน่าจะเล็กลงไปกว่า Wave#6 พอสมควร
ข้อสรุปอื่นๆ และ 4 ประเด็นที่ต้องช่วยกันลุ้น:
- ผู้ติดเชื้อสะสมที่แท้จริง น่าจะอยู่ที่ประมาณ 19.5 - 39 ล้านคนแล้ว คิดเป็น 28 - 56% ของประชากรประเทศไทย ร่วมกับการฉีดวัคซีนไปเยอะมาก น่าจะทำให้เกิด Herd Immunity แล้ว แบบอินเดีย อเมริกา ยุโรป แอฟริกา และอีกหลายๆประเทศ
- คนสูงวัยยังควรต้องไปฉีดวัคซีนให้ครบ เพราะแม้จะ Endemic ก็มีโอกาสติดเชื้อ 1 ครั้งทุกๆ 10 ปี และโอกาสตายถึง10% ถ้าไม่ฉีดวัคซีน
- กราฟเป็นขาลงได้ ทั้งๆที่คนจำนวนมากยกการ์ดลงกันหมดแล้ว ร้านอาหาร โรงอาหาร สวนน้ำ ออฟฟิศที่ทำงาน ผับบาร์ ไม่ได้ใส่หน้ากากกันแล้ว จึงน่าจะยืนยันได้ว่าเกิด Herd Immunity แล้วเรียบร้อย
ปิดท้ายด้วย 4 ประเด็นที่ต้องช่วยกันลุ้น:
- ค่าติดเชื้อสุดท้าย Background Infection หลังวันที่ 1 ต.ต 2022 ว่าจะต่ำกว่า 20,000 คนต่อวันได้หรือไม่
- ผู้เสียชีวิตรายวันจะลดลงต่ำกว่า 10 คนต่อวันได้หรือไม่
- เมื่อจะถอดหน้ากากกันหมดในอีกหลายเดือนข้างหน้า การติดเชื้อจะคงระดับต่ำเท่าเดิมได้หรือไม่
- ขอให้ Dual-variant Covid Vaccine มาให้ทันก่อนหน้าหนาว แล้ว Wave#7 จะเล็กมาก จน Covid คงแทบไม่เกิดผลกระทบกับคนไทยและประเทศไทยในภาพรวมอีกต่อไป