Master ฟันกำไร 521 ล้าน โต 25% ลูกค้าต่างชาติทะลัก

26 ก.พ. 2568 | 14:06 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ก.พ. 2568 | 14:35 น.

Master Style โชว์ผลประกอบการปี 2567 รายได้โต 11.4% แตะ 2,135 ล้านบาท รับอานิสงส์ลูกค้าต่างชาติ ศัลยกรรมบูม กำไรสุทธิพุ่ง 25% ราว 521 ล้านบาท

บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ Master Style โชว์ผลประกอบการปี 2567 (สิ้นสุดวันที 31 ธันวาคม 2567) โตต่อเนื่องมีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล 2,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 218 ล้านบาท หรือ 11.4% จากปี 2566 แรงหนุนหลักมาจากธุรกิจศัลยกรรมที่เติบโตโดดเด่น รายได้จากการทำศัลยกรรมเพิ่มขึ้น 200 ล้านบาท หรือ 13%

การเติบโตของรายได้ได้รับอานิสงส์จากการขยายฐานลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะ อินโดนีเซีย เมียนมา และจีน หลังจากบริษัทเพิ่มกลยุทธ์การตลาดในต่างประเทศ ทำให้จำนวนลูกค้าต่างชาติขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ศัลยกรรมยกคิ้วและศัลยกรรมใบหน้า ได้รับความนิยมสูง รวมถึงหัตถการสุขภาพชายที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น

ต้นทุนการประกอบกิจการโรงพยาบาลของบริษัทอยู่ที่ 855 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70 ล้านบาท หรือ 9% จากปี 2566 โดยต้นทุนหลักที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ 1.ค่ายา เวชภัณฑ์ และวัสดุสิ้นเปลือง เพิ่มขึ้น 53 ล้านบาท 2.ค่าตอบแทนพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ เพิ่มขึ้น 6 ล้านบาท ตามจำนวนบุคลากรที่เพิ่มขึ้น และ 3.ค่าเสื่อมราคาของห้องผ่าตัดและเครื่องมือแพทย์ เพิ่มขึ้น 11 ล้านบาท

แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น แต่กำไรขั้นต้นจากการประกอบกิจการโรงพยาบาลยังเพิ่มขึ้นเป็น 1,280 ล้านบาท โต 13% จากปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มจาก 59.05% เป็น 59.93% สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน

คุมค่าใช้จ่ายดี ลดต้นทุนการตลาด ปรับกลยุทธ์เข้าถึงลูกค้ามากขึ้น

บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายในการขายลงเหลือ 384 ล้านบาท ลดลง 13 ล้านบาท หรือ 3% จากปี 2566 สาเหตุหลักมาจากการ ปรับกลยุทธ์การตลาด ลดการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ และเลือกใช้ช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น

ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 318 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82 ล้านบาท หรือ 34% โดยสาเหตุหลักมาจาก ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานเพิ่มขึ้น 13 ล้านบาท จากการจ้างพนักงานฝ่ายบริหารเพิ่ม อีกทั้งค่าเสื่อมราคาของอาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 52 ล้านบาท จากการลงทุนขยายกิจการ และค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาด้านการลงทุนเพิ่มขึ้น 12 ล้านบาท

กำไรสุทธิพุ่ง 521 ล้าน โต 25% 

ผลจากการเติบโตของรายได้และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทในปี 2567 อยู่ที่ 521 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105 ล้านบาท หรือ 25% จากปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 21.42% ในปี 2566 เป็น 24.2% ในปี 2567

การเติบโตของกำไรสะท้อนถึง การบริหารจัดการต้นทุนที่ดี ขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้สูงขึ้น แม้ต้นทุนด้านเวชภัณฑ์และค่าตอบแทนบุคลากรจะเพิ่มขึ้น

กำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นภายในวันที่ 9 พฤษภาคม 2568

คณะกรรมการบริษัท มีมติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 เพื่อพิจารณาและอนุมัติการจัดสรรเงินกำไรประจำปี 2567 ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นทุนสำรองตามกฎหมายเป็นเงินจำนวน 3,800,000 บาท และการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานประจำปี 2567 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.80 บาท

สำหรับหุ้นจำนวน 301,711,736 หุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 241,369,389 บาท โดยกำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล ในวันที่ 12 มีนาคม 2568 (Record Date) และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นภายในวันที่ 9 พฤษภาคม 2568ทั้งนี้ สิทธิในการได้รับเงินปันผลดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอนจนกว่าจะได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568

แนวโน้มปี 68 ศัลยกรรม-สุขภาพชายโตต่อเนื่อง เดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศ

Master Style คาดว่าปี 2568 จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผน ขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มเติม เพื่อรองรับความต้องการศัลยกรรมที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พร้อมทั้งขยายบริการด้านศัลยกรรมความงามและสุขภาพชายให้ครอบคลุมมากขึ้น

ด้วยแนวโน้มอุตสาหกรรมศัลยกรรมและบริการทางการแพทย์ที่เติบโตต่อเนื่อง ควบคู่กับกลยุทธ์การตลาดที่แข็งแกร่ง Master Style มีโอกาสขยายรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่องในปีถัดไป