นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULFI รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ตามที่ GULFI ได้ดำเนินการควบรวมบริษัทกับ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH เสร็จสิ้น และได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทใหม่ ภายใต้ชื่อ “บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)” ในวันที่ 1 เมษายน 2568 เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น
ภายหลังการควบรวมบริษัทระหว่าง GULFI และ INTUCH เสร็จสิ้น ทั้งสองบริษัทได้สิ้นสุดสภาพการเป็นนิติบุคคล ซึ่งทรัพย์สินและหนี้สินถูกโอนไปเป็นของบริษัทใหม่ทั้งหมด โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (TRIS Rating) ได้ถอนอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ทั้งหมดของ GULFI และกำหนดอันดับเครดิตให้แก่บริษัทใหม่ รวมถึงหุ้นกู้ทั้งหมดของบริษัท
โดย TRIS Rating ได้ปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรของบริษัท จากเดิม A+ เป็นระดับ AA- พร้อมทั้งปรับเพิ่มอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน เป็นระดับ AA- จากเดิมที่ระดับ A ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่”
การที่บริษัทได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สูงขึ้นนั้น สะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น ภายหลังการควบรวมกิจการ รวมถึงกระแสเงินสดที่มั่นคงจากการมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว และเงินปันผลที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจาก บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ซึ่ง TRIS Rating มีความเห็นว่าภายใต้โครงสร้างใหม่นั้น จะลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน และเสริมสร้างศักยภาพร่วมกันระหว่างธุรกิจพลังงานและธุรกิจดิจิทัล
โดย TRIS Rating คาดว่าบริษัทจะยังคงขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงาน ควบคู่ไปกับการขยายการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลด้วย ทั้งนี้ศักยภาพในการขยายการลงทุนที่เพิ่มขึ้นจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในอนาคตต่อไป
นอกเหนือจากนี้ GULF ยังได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเติมว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติสำคัญแต่งตั้งกรรมการบริษัท ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 เป็นต้นไป ดังนี้
รวมถึงมีมติสำคัญแต่งตั้งผู้บริหารบริษัท ดังนี้
ในขณะที่วาระการประชุมอื่นๆที่มีมติอนุมัตินั้น ประกอบด้วย อนุมัติการนำหุ้นของบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ว่า GULF และการเข้าทำข้อตกลงการจดทะเบียนหลักทรัพย์กับตลาดหลักทรัพย์ฯ ตลอดจนการแต่งตั้งบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ของบริษัท รวมทั้งการมอบอำนาจที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการต่างๆ ดังกล่าว
อนุมัติและให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 พิจารณาอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัท จำนวนเงินต้นรวมไม่เกิน 300,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการทำธุรกิจ ขยายการลงทุนในอนาคต และแผนการขยายกิจการ ชำระคืนหุ้นกู้เดิม หรือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
และอนุมัติให้มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 เวลา 14.00 น. โดยเป็นการจัดประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และอนุมัติกำหนดให้วันที่ 17 เมษายน 2568 เป็นวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 (Record Date)