กนง. ลดดอกเบี้ย 0.25% หนุนตลาดหุ้นไทยทะยานบวก 22.15 จุด ขยับขึ้น 1228.54 จุด

26 ก.พ. 2568 | 15:29 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ก.พ. 2568 | 15:29 น.

SET Index เด้ง 22.15 จุด หลัง กนง. มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 0.25% เป็น 2.00% ต่อปี สร้างแรงเซอร์ไพรส์ให้ตลาดหุ้นไทยภาคบ่ายบรรยากาศลงทุนคึกคัก โบรกแนะจับตาด่านต่อไป สุดสัปดาห์ Rebalance ดัชนี MSCI อาจกดดันตลาดหุ้น

หลังจากที่คณะกรรมการฯ มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 0.25% เป็น 2.00% ต่อปี โดยให้มีผลทันที เพื่อให้ภาวะการเงินสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และเสถียรภาพระบบการเงิน รวมทั้งรองรับความเสี่ยงด้านต่ำที่ชัดเจนขึ้น

เป็นเรื่องที่สร้างแรงเซอร์ไพรส์ให้กับตลาดหุ้นไทยในภาคบ่ายวันนี้ ส่งผลให้ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหุ้นไทยเด้นขึ้นมาถึง 22.15 จุดทันที หรือกลับมายืนที่ระดับ 1228.54 จุดได้ จากการซื้อขายภาคเช้าวันนี้ที่ตลาดแกว่งตัวแดนบวกแบบเบาๆ ตัวเลขหลักเดียว

โดยดัชนีตลาดหุ้นไทย ณ เวลา 15.07 น. อยู่ที่ระดับ 1,228.46 จุด เพิ่มขึ้น 22.07 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 1.83% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในระหว่างวันดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,208.97-1,232.63 จุด มีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 45,417.32 ล้านบาท

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด (Liberator) เปิดเผยว่า การที่ กนง. มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 0.25% เป็น 2.00% ต่อปี เป็นเรื่องที่ค่อนข้างแรงเซอร์ไพรส์ตลาดมาก เพราะนักเศรษฐกิจมากกว่า 70% คาดการว่าจะคงดอกเบี้ยในรอบนี้ โดยอาจมีเพียง 3-4 เสียงที่เห็นควรให้ลดดอกเบี้ย

ปัจจัยดังกล่าวทำให้เซนติเมนท์ตลาดหุ้นไทยเป็นบวกขึ้นมาทันทีจากที่บรรยากาศในช่วงเช้ายืนแดนบวกแบบอ่อนๆ หนุนให้บรรยากาศในการลงทุนระยะสั้นดูดีขึ้น โดยเฉพาะในหน้าหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ ค้าปลีก โรงไฟฟ้า และไฮยิลด์ ที่ได้รับอานิสงส์จากการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้

ทั้งนี้ ประเมินกรอบดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้จะแกว่งตัวขาขึ้น ปิดจบวันที่แนวรับ 1,230-1,235 จุด ได้ แต่อย่างไรก็ดี ในช่วงที่เหลือสัปดาห์นี้ ยังมีเรื่องของ การ Rebalance ดัชนี MSCI ที่อาจเป็นปัจจัยกดดันในระยะถัดไป โดยมองว่าแนวรับที่ 1200 จุด เป็นแนวรับสำคัญที่ไม่ควรหลุดไปในรอบนี้แล้ว

"มองว่าตลาดหุ้นไทยยังไม่ไร้เสน่ หุ้นไทยตอนนี้ Valuation หลายตัวถูกมากแล้ว และหลายตัวต่ำไปเยอะเกินกว่าความเป็นจริง เป็นจังหวักที่ดีของนักลงทุนในระยะกลาง-ยาว ที่จะลงทุนซื้อของถูก แต่ต้องเป็นคนที่เข้าใจพื้นฐานของหุ้นตัวนั้นๆ มองเห็นแนวโน้มธุรกิจที่ดี มีสตอรี่รองรับในอนาคต ซึ่งต้องพิจารณาการลงทุนแบบรายตัว"