แบงก์แห่ปิดสาขา 5 ปีวูบ 1,596 แห่ง นำโดย SCB-BBL

07 ก.พ. 2568 | 14:50 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.พ. 2568 | 15:05 น.

แบงก์ปรับลด “สาขา-จุดให้บริการ” 1,596 แห่งใน 5ปี นำโดย SCB-BBL ส่วนทางไทยเครดิตแชมป์เพิ่ม 212 แห่ง ชี้แนวโน้มใกล้ถึงจุดอิ่มตัว วงในชี้ค่าใช้จ่ายด้านพนักงานยังสูง เหตุดึงมือTech-AI เตรียมเสิร์ฟธุรกิจใหม่ รับมือ Virtual Bank

ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รายงานจำนวนสาขาและจุดให้บริการของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2567 พบว่า มีจำนวนรวม 5,349 แห่ง ลดลง 171 แห่งจากสิ้นปี 2566 ที่มีจำนวน 5,520 แห่ง ส่วนใหญ่ปรับลดลง มีเพียง 2  แห่งเท่านั้นที่เพิ่มสาขาและจุดบริการคือ ธนาคาร ไทยเครดิต 3 แห่ง และกรุงไทย 2 แห่ง ขณะที่ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ไม่เปลี่ยนแปลง  

อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบย้อนหลัง 5ปี (ระหว่างปี2567-2561) พบว่า จำนวนสาขาและจุดบริการแบงก์ลดลงถึง 1,596 แห่งจากปี 2561 ที่มีจำนวนสาขาถึง 6,945 แห่ง โดยธนาคาร ไทยเครดิตปรับเพิ่มสาขาและจุดให้บริการเพิ่ม 212 แห่ง

สาขา-จุดบริการ ธนาคารพาณิชย์

สวนทางกับอีก 10 ธนาคารที่ปรับลด นำโดย ไทยพาณิชย์ 412 แห่ง รองลงมากรุงเทพ 343 แห่ง กรุงไทย 193 แห่ง กสิกรไทย 181 แห่ง กรุงศรีอยุธยา 131 แห่ง ทีทีบี 92 แห่ง ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ 57 แห่ง ซีไอเอ็มบีไทย 35 แห่ง ทิสโก้ 11 แห่ง เกียรตินาคินภัทร 5 แห่ง 

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานสิ้นปี 2567 มีจำนวนรวม 455,974.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38,120.58 ล้านบาทหรือ 9.12% จาก 417,853.86 ล้านบาทในสิ้นปี 2566 ในจำนวนดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน 215,667.9 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 8,012 ล้านบาทหรือ 3.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 207,655.9 ล้านบาท

ในส่วนของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคาร สถานที่และอุปกรณ์ 70,503.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14,152.94 ล้านบาทหรือ 25.11%จาก 56,350.36 ล้านบาท 

ทั้งนี้ ธนาคารที่มีค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ได้แก่

  • ไทยเครดิตเพิ่มขึ้น 17.9%
  • แลนด์แอนด์เฮ้าส์ 12.5%
  • กรุงไทย 10.7%
  • กรุงศรีอยุธยา 10.2%

ส่วนธนาคารที่มีค่าใช้จ่ายด้านพนักงานปรับเพิ่มขึ้นได้แก่

  • ไทยเครดิต 17.3%
  • กรุงศรีอยุธยา 9.9%
  • แลนด์แอนด์เฮ้าส์ 6.3%
  • ไทยพาณิชย์ 5.6%
  • กสิกรไทย 5.5%
  • กรุงไทย 5.0%

แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งเปิดเผย“ฐานเศรษฐกิจ”ว่า แนวโน้มการลดสาขาและจุดให้บริการจะอยู่อีกประมาณ 3-5ปีข้างหน้า แต่ส่วนตัวมองว่า การลดสาขาและจุดให้บริการใกล้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว จากความเร็วในการปรับลดชะลอตัวจากหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนว่า ธนาคารน่าจะเหลือสาขาและจุดให้บริการที่จำเป็นต้องมีไว้ในหัวเมืองใหญ่ 

“สาขาของทุกธนาคารจะกลายเป็นสาขาสำหรับการทำธุรกรรมของกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่ง(Wealth) และแบงก์จะหันมาโฟกัสเรื่อง Migrate คนส่วนใหญ่ที่เป็น Mass ให้ใช้บริการแอปพลิเคชั่นและ Mobile Banking”

ธนาคารที่ปรับลดสาขาลง ส่วนใหญ่ เจตนาให้ลูกค้ายกระดับไปใช้บริการช่องทางดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งต้นทุนควรจะปรับลดลง เพราะทุกธนาคารพยายามเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคาร สถานที่และอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น

ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากธนาคารมีการลงทุนด้านระบบ รวมทั้งนำเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์(AI) มาใช้ปรับปรุงระบบเพื่อให้ทันสมัยและสอดคล้องกับทิศทางดำเนินธุรกิจใหม่ๆของธนาคาร 

นอกจากนี้ เข้าใจว่า งบลงทุนหรือค่าใช้จ่ายด้านอาคาร สถานที่และอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งจะมีการรวมสินทรัพย์รอการขายหรือเอ็นพีเอไว้ส่วนหนึ่งด้วย เพราะปีที่ผ่านมา หลายธนาคารตั้งใจขายเอ็นพีแอล แต่ผู้ซื้อเอ็นพีแอลมีทางเลือกในการที่จะซื้อเอ็นพีแอลในตลาด

อีกทั้งอาจกดราคาซื้อเอ็นพีแอล ทำให้ธนาคารตัดสินใจจะซื้อเอ็นพีแอลกลับมาบริหารเอง เพื่อรักษาสินทรัพย์ให้สูงขึ้น

สำหรับบางธนาคารที่มีความร่วมมือกับบริษัทบริหารสินทรัพย์หรือเอเอ็มซีภายนอก จึงมีเอเอ็มซีของตัวเองจึงทำให้สินทรัพย์อาจจะไม่สูงเช่นธนาคารทั่วไปที่ไม่มีเอเอ็มซี 

ขณะเดียวกันการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากที่ธนาคารว่าจ้างพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Tech, AI ซึ่งต้นทุนในการว่าจ้างจะสูงและพนักงานกลุ่ม Tech มีการแข่งขันค่อนข้างสูง อีกทั้งคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้ ก็นิยมช้อปค่าต้ว หมายความว่า ทำงาน 1-2ปี ก็เปลี่ยนงานแล้ว 

นอกจากนั้นยังเชื่อว่า ปัจจัยที่ธนาคารว่า จ้างคนTech ,AI เยอะขึ้น เพราะเป็นการเตรียมคนรองรับการออกใบอนุญาตหรือ License ธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) ที่ธปท.มีกำหนดจะออกมาในปีนี้ก่อนจะเห็นการดำเนินการอย่างเป็นทางการในปี 2569 

“ภาพรวมแล้วหน่วยงานที่มีคน Tech ต้นทุนจะสูงขึ้น เพื่อเสิร์ฟธุรกิจใหม่ ซึ่งแนวโน้มอย่างมากคงตัวหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพราะทุกแบงก์ต้องบริหารต้นทุนโดยรวม แต่เป็นไปไม่ได้ที่ต้นทุนส่วนนี้จะลดลงในกรณีที่แบงก์จะมีธุรกิจใหม่เกิดขึ้น เพราะการปรับลดคนแม้จะประหยัดคนไปหนึ่งคน แต่กว่าจะบริหารให้คนมี Productivity สูงขึ้น ต้องใช้เวลา” 

ดังนั้นส่วนตัวมองว่า ต้นทุนด้านพนักงานภาพรวมในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ Tech ,AI ยังสูงขึ้น โดยเฉพาะในธนาคาร 3 แห่งคือ กรุงเทพ กรุงไทย ไทยพาณิชย์ ที่อยู่ในข่ายผู้ยื่นขอขอใบอนุญาตธนาคารไร้สาขา

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 4,067 วันที่ 2 - 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568