“ฐานเศรษฐกิจ” เกาะติดโครงการแจกเงิน 10,000 บาทเฟส 3 สำหรับกลุ่มวัยรุ่นอายุ 16-20 ปี ใช้จ่ายผ่านดิจิทัลวอลเล็ต โดยก่อนหน้านี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เปิดเผยถึงคืบหน้าโครงการแจกเงิน 10,000 เฟส 3 ว่า เมื่อระบบ Payment Platform แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2568 คาดว่าจะแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 3 ก่อนสงกรานต์ 2568
นายกฯแจงเหตุผลแจกเงิน 10,000 บาทให้กับกลุ่มวัยรุ่น
ล่าสุดในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยถึงเหตุผลที่แจกเงิน 10,000 บาท เฟส 3 ให้กับกลุ่มอายุ 16-20 ปี ว่า เนื่องจากกลุ่มนี้มีกำลังซื้อค่อนข้างสูง และ เป็นกลุ่มที่เรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว เพราะเป้าหมายระยะยาวของรัฐบาลต้องการยกระดับสังคมไทยเป็นระบบดิจิทัลแบบเต็มรูปแบบ
คุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิ
-
อายุ 16-20 ปี
- ตัดยอด อายุ ณ วันที่ลงทะเบียน ต้องเกิด วันที่ 16 ก.ย. 2547 ถึง 16 ก.ย. 2551
- ผู้ได้รับสิทธิ์จำนวน 2.7 ล้านคน
- โอนเงินก่อนสงกรานต์ 2568
คุณสมบัติเพิ่มเติม ดังนี้
- กลุ่มประชากรที่มีที่อยู่ในทะเบียนบ้าน ณ วันที่ส่งข้อมูลไปตรวจสอบกับกรมการปกครอง ไม่รวมถึงทะเบียนบ้านกลาง
- ไม่เป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินเกิน 840,000 บาท สำหรับปีภาษี 2566
- ไม่เป็นผู้ที่มีเงินฝากรวมกันเกิน 500,000 บาท ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2567 โดยให้หมายความถึงเฉพาะเงินฝากที่อยู่ในรูปสกุลเงินบาทเท่านั้น และไม่รวมถึงกรณีบัญชีเงินฝากประเภทบัญชีร่วม บัญชีเพื่อ และบัญชีโดย และผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภทสลากออมทรัพย์
- ไม่เป็นผู้อยู่ในสถานสงเคราะห์ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ตามฐานข้อมูลของ พม. ณ วันที่ 30 พ.ย. 2567
- ไม่เป็นผู้ต้องขัง 4 ประเภท ได้แก่ นักโทษเด็ดขาด ผู้ต้องขังระหว่าง ผู้ต้องกักขัง และผู้ต้องกักกัน ตามฐานข้อมูลของกรมราชทัณฑ์ ณ วันที่ 30 พ.ย. 2567
- ไม่เป็นกลุ่มเป้าหมายตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ
ร้านค้าดิจิทัลวอลเล็ต ต้องลงทะเบียนมือถือระบบรายเดือนรับสิทธิ
เช็คเงื่อนไขร้านค้าคุณสมบัติสมัครร่วมโครงการดิจิทัลวอลเล็ต
- ร้านค้าต้องใช้หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบรายเดือนในการลงทะเบียนรับสิทธิ
- ร้านค้าที่ใช้หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบระบบเติมเงินไม่สามารถร่วมโครงการได้
รูปแบบและขั้นตอนการยืนยันตัวตนและเงื่อนไขการลงทะเบียนและวิธีการลงทะเบียนของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ
- ร้านค้าเดิมที่อยู่ในฐานข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง กระทรวงพาณิชย์จะต้องตรวจสอบความถูกต้อง และคัดกรองข้อมูลร้านค้าที่มีสิทธิ์และประสงค์จะเข้าร่วมโครงการเพื่อเป็นฐานข้อมูลร้านค้ากลางของกระทรวงพาณิชย์ โดยกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้รับผิดชอบการนำเข้าข้อมูลนี้เข้าสู่ระบบลงทะเบียนร้านค้าที่พัฒนาโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) เมื่อร้านค้าทำการลงทะเบียนเข้ามาและมีชื่อเป็นร้านค้าที่มีสิทธิ์อยู่ในฐานข้อมูลกลาง ระบบจะดำเนินการอนุมัติร้านค้านั้นได้ทันที
- ร้านค้าใหม่ที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการฯ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ โดยให้เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดำเนินการตรวจสอบการมีอยู่จริงของร้านค้า และกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้อนุมัติให้ร้านค้าเข้าร่วมโครงการ ตามข้อมูลที่ อปท. ตรวจสอบให้
- ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด
เงื่อนไขการถอนเงินสดจากโครงการฯ ของร้านค้า
รัฐจะสนับสนุนวงเงินสิทธิจำนวน 10,000 บาทต่อคน ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย
1. วิธีการใช้จ่าย: การใช้จ่ายเงินสามารถใช้จ่ายได้หลายรอบ
1.1 รอบที่ 1 เป็นการใช้จ่ายระหว่างประชาชนกับร้านค้าขนาดเล็ก
1.2 ตั้งแต่รอบที่ 2 ขึ้นไป เป็นการใช้จ่ายระหว่างร้านค้ากับร้านค้า
2. ร้านค้าจะสามารถถอนเงินสดได้ก็ต่อเมื่อมีการใช้จ่ายตั้งแต่รอบที่ 2 ขึ้นไป
กลุ่มเป้าหมายร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการฯ
ประเภทร้านค้าที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการฯ มีดังนี้
- ร้านขายเพชร/ร้านขายทอง
- ร้านขายอัญมณี
- ร้านขายสลากกินแบ่งรัฐบาล
- ร้านขายเฉพาะสุรา/บุหรี่
- ร้านขายสิ่งเสพติด/สารเสพติด (กัญชา กระท่อม ยาสูบ)
- สถานีบริการน้ำมัน (ไม่รวมร้านค้าในสถานี)
- กลุ่มธุรกิจบริการทั้งหมด
- ทั้งนี้ให้กระทรวงพาณิชย์ สามารถพิจารณาเพิ่ม/ลดประเภทร้านค้าที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้
- กระทรวงพาณิชย์ จะเป็นผู้พิจารณาคัดแยกร้านค้าขนาดใหญ่และร้านค้าขนาดเล็ก.