แรงงานไทย 1.2 ล้านคนเสี่ยงหนัก เจอกับดักสหรัฐสองเด้ง กระทบจ้างงาน

26 ก.พ. 2568 | 13:01 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ก.พ. 2568 | 13:02 น.

สศช. เปิดความเสี่ยงแรงงานไทย 1.2 ล้านคน อาจเจอผลกระทบสหรัฐ ทั้ง มาตรการการกีดกันทางการค้า และการใช้ช่องปัญหาค้ามนุษย์ หลังไทยติด Tier 2 ส่วนขึ้นค่าแรง 400 บาท แนะปรับขึ้นตามทักษะฝีมือแทน

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2568) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 4 และภาพรวมปี 2567 โดยเฉพาะประเด็นด้านแรงงานที่ต้องเฝ้าระวัง ว่า การส่งออกและการจ้างงานของประเทศไทย มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากมาตรการการกีดกันทางการค้า ทัั้งในรูปแบบภาษีและไม่ใช่ภาษี ของสหรัฐอเมริกา เพราะปัจจุบันประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูง หลังเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ค่อนข้างมาก

ทั้งนี้เห็นว่า จากการได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้ไทยเผชิญความเสี่ยงจากการขึ้นกำแพงภาษี จากข้อมูล Trump Risk Index ของมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม (ITIF) ที่ประเมินความเสี่ยงของประเทศคู่ค้ากับสหรัฐอเมริกาที่อาจได้รับผลกระทบ พบว่า ไทยมีความเสี่ยงเป็นอันดับที่ 2 รองจากเม็กซิโก โดยเฉพาะในประเด็นการเกินดุลการค้า 

โดยในปี 2566 ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐอเมริกาถึง 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงที่ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก ซึ่งสินค้าที่ไทยส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ รวมทั้งเครื่องจักรและคอมพิวเตอร์ มีการจ้างงานรวมกันกว่า 1.2 ล้านคน

นอกจากนี้ การส่งออกของไทยยังอาจได้รับผลกระทบจากการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non-tariff Barriers) อาทิ จากกรณีที่ไทยถูกจัดอันดับตามรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของสหรัฐอเมริกาให้อยู่ในระดับ Tier 2 มาตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งเป็นระดับที่สะท้อนว่า ไทยยังไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำอย่างเต็มที่ในการขจัดปัญหาการค้ามนุษย์

"ประเด็นเหล่านี้จะทำให้เกิดผลกระทบต่อการส่งออกไม่ได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ และจะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในระบบภาคการผลิต ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญในระยะต่อไป" นายดนุชา ระบุ

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่อาจได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่อาจเกิดขึ้นเป็นลำดับแรกนั้น เลขาธิการ สศช. ระบุว่า ที่ผ่านมามีกลุ่มสินค้าที่ไทยส่งอกไปยังสหรัฐค่อนข้างมาก 2 กลุ่มหลัก คือ คอมพิวเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าจะมีผลอะไรเกิดขึ้นกับประเทศไทยหรือไม่

อย่างไรก็ตามในแนวทางการรองรับผลกระทบนั้น ปัจจุบันฝั่งภาครัฐได้มีการเตรียมการรองรับผลกระทบ โดยกำลังติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด หากสหรัฐ มีแนวโน้มว่าจะผลักดันมาตการอะไรออกมา ก็อาจมีการเข้าไปเจรจาต่อรองเพื่อหาทางลดผลกระทบต่อไป

ส่วนนโยบายการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทต่อวัน ทั่วประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มว่ารัฐบาลจะผลักดันให้เกิดขึ้นในจังหวัดที่เหลือในปี 2568 นั้น เลขาธิการ สศช. ยอมรับว่า ในช่วงต่อไปการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำควรจะต้องพิจารณาการปรับขึ้นตามทักษะแรงงาน แทนการปรับขึ้นทั้งหมด และหากปรับขึ้นจริงก็ควรหารือกันในคณะกรรมการไตรภาคีให้ชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นให้รอบด้านด้วย

"การปรับขึ้นค่าแรงของไทย จะมีผลต่อขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศด้วย ดังนั้นการปรับขึ้นค่าแรงขึ้นสูง และมีทักษะสูงตามไปด้วย ผู้ประกอบการก็ไม่เดือดร้อน แต่หากปรับขึ้นค่าแรงที่ไร้ทักษะแต่ค่าแรงสูง ก็ต้องมาดูความเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันด้วย" เลขาธิการ สศช. ระบุ