วันนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2568) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสสี่และภาพรวม ปี 2567 ว่า ในไตรมาสที่ 4 ปี 2567 ค่าจ้างแรงงาน ปรับตัวสูงขึ้น โดยค่าจ้างเฉลี่ยของกลุ่มแรงงานในระบบอยู่ที่ 15,738 บาทต่อคนต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสสี่ ปี 2566 อยู่ที่ 2.3%
ขณะที่ค่าจ้างเฉลี่ยในภาพรวมที่รวมกลุ่มแรงงานอิสระอยู่ที่ 15,878 บาท ต่อคนต่อเดือน ส่วนค่าจ้างเฉลี่ยของภาคเอกชน อยู่ที่ 14,591 บาทต่อคนต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกัน ของปีก่อนหน้า 3.5%
ด้านการทำงานล่วงเวลา (โอที) เพิ่มขึ้น โดยชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยในภาพรวมและภาคเอกชนของไตรมาสสี ปี 2567 อยู่ที่ 42.8 และ 47.3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตามลำดับ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 42.6 และ 46.9 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
โดยผู้ที่ทำงานล่วงเวลามีจำนวน 6.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสสี่ ปี 2566 อย่างไรก็ตาม ผู้เสมือนว่างงาน และผู้ทำงานต่ำระดับกลับมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 1.9% และ 6% ตามลำดับ
สำหรับ สถานการณ์แรงงาน ในไตรมาสสี่ ปี 2567 พบว่า การจ้างงาน ทรงตัว โดยผู้มีงานทำมีจำนวน 40.1 ล้านคน ลดลงเล็กน้อยที่ 0.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการลดลงของการจ้างงานในภาคเกษตรกรรมที่ 3.6% ขณะที่นอกภาคเกษตรกรรม การจ้างงานเพิ่มขึ้น 1.1% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยเฉพาะสาขาโรงแรม/ภัตตาคารที่การจ้างงาน ขยายตัวได้ถึง 9.4% ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น
ส่วนสาขาการขนส่ง/เก็บสินค้าที่ขยายตัว 4.4% ส่วนสาขาการก่อสร้างและสาขาการผลิตขยายตัวได้เล็กน้อยที่ 0.5% และ 0.3% ตามลำดับ โดยการผลิตอาหาร เครื่องนุ่งห่ม และอุปกรณ์ไฟฟ้ามีการจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่การผลิตคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ การผลิตยานยนต์ และการผลิตเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี การจ้างงานยังคงลดลงต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการจ้างงาน สาขาการค้าส่ง/ค้าปลีกที่หดตัวลง 1.8%
ขณะที่ ผู้ว่างงาน ไตรมาสสี่ ปี 2567 เพิ่มขึ้น แต่อัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำ โดยผู้ว่างงานมีจำนวน ทั้งสิ้น 3.6 แสนคน เพิ่มขึ้น 8.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า หรือคิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.88% เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่อยู่ที่ 0.81% ซึ่งผู้ว่างงานส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักศึกษาจบใหม่อายุ 20 - 24 ปี
โดยการว่างงานเพิ่มขึ้นทั้งในกลุ่มที่เคยและไม่เคยทำงานมาก่อนที่ 12.4% และ 5.4% ตามลำดับ ซึ่งกลุ่มที่เคยทำงานมาก่อนส่วนใหญ่ออกมาจากสาขาการผลิต และสาขาการขายส่ง/ขายปลีก
ส่วนกลุ่มที่ไม่เคยทำงาน มาก่อนส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับอุดมศึกษาในสัดส่วนที่ 53.3% สำหรับผู้ว่างงานระยะยาวตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเช่นกันที่ 13% โดยมีจำนวน 6.7 หมื่นคน มากกว่าครึ่งหรือ 67.6% เป็นผู้ที่ไม่เคย ทำงานมาก่อน
สำหรับอัตราการว่างงานในระบบ อยู่ที่ 1.81% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 1.74% โดยมีผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานทั้งสิ้น 2.2 แสนคน
อย่างไรก็ตามภาพรวมในปี 2567 อัตราการมีงานทำ ปี 2567 อยู่ที่ 98.6% ทรงตัวจากจากปี 2566 ที่อยู่ที่ 98.7% โดยผู้มีงานทำมีจำนวน 39.8 ล้านคน ลดลงเล็กน้อยจากปี 2566 ที่ 0.3% ซึ่งเป็นผลมาจาก การหดตัวของการจ้างงานภาคเกษตรกรรมที่ปรับลดลง 4.4%
ขณะที่สาขาการขนส่ง/เก็บสินค้า และสาขา โรงแรม/ภัตตาคาร ขยายตัวได้ดีที่ 10.1% และ 7.7% ตามลำดับ โดยชั่วโมงการทำงานทั้งในภาพรวมและ ภาคเอกชนในปี 2567 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอยู่ที่ 42.5 และ 46.3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ขณะที่อัตราการว่างงาน ในปี 2567 อยู่ที่ 1% ใกล้เคียงกับปี 2566 ที่อยู่ที่ 0.98%