thansettakij
“พิชัย” รมว.คลัง ชงยกเว้นดอกเบี้ย 3 ปี แก้หนี้เสีย “แบงก์พาณิชย์”

“พิชัย” รมว.คลัง ชงยกเว้นดอกเบี้ย 3 ปี แก้หนี้เสีย “แบงก์พาณิชย์”

02 พ.ย. 2567 | 01:20 น.
อัปเดตล่าสุด :02 พ.ย. 2567 | 01:20 น.

“พิชัย ชุณหวชิร” รองนายกฯ และรมว.คลัง ชี้ลูกหนี้เสียรายย่อยอยู่ใน “ธนาคารพาณิชย์” กว่า 1 ล้านล้านบาท ชงแนวทางแก้ “ยกเว้นดอกเบี้ย 3 ปี-ยืดเวลาผ่อนเงินต้นยาวขึ้น”

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า แนวทางในการแก้ไขหนี้สินของลูกหนี้รายย่อยที่อยู่ในธนาคารพาณิชย์ ต้องการให้หนี้ที่มีอยู่บรรลุวัตถุประสงค์ 2 อย่าง คือ

  1. หนี้ได้รับการปรับโครงสร้าง สามารถชำระได้
  2. เมื่อสามารถชำระได้แล้ว ก็ให้มีลู่ทางที่สามารถเข้าถึงสินเชื่อเพิ่มเติม เพื่อให้บรรลุสองวัตถุประสงค์ดังกล่าว

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

“กลุ่มลูกหนี้ที่เราจะเลือกเข้าสู่โครงการ คือ ลูกหนี้ที่เพิ่งเริ่มมีปัญหา คือ ที่เพิ่งค้างการชำระหนี้เกิน 30 วัน ถึง 90 วัน และอาจพิจารณาถึงลูกหนี้ที่ค้างชำระเกิน 90 วัน จนถึง 1 ปี เพราะเราเห็นว่า ยังถือว่าเป็นลูกหนี้ที่ยังมีปัญหา แม้จะยาวไปหน่อยก็ตาม ก็ยังคิดว่าลูกหนี้กลุ่มนี้ยังสามารถแก้ไขหนี้ได้ แต่หนี้ส่วนที่ค้างเกิน 1 ปี เอาไว้ก่อน  ซึ่งกลุ่มที่จะแก้ก่อนนี้ คิดเป็นมูลหนี้ราว 1 ล้านล้านบาท”

สำหรับแนวทางการแก้ไขหนี้กลุ่มนี้ คือ 

  1. ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 3 ปี ส่วนภาระดอกเบี้ยที่ลูกหนี้ไม่ต้องจ่าย จะเอามาจากไหนนั้น ผมคิดว่าทั้งภาครัฐและภาคธนาคารต้องช่วยกัน
  2. เมื่อไม่มีภาระดอกเบี้ย 3 ปี ลูกหนี้ที่เข้าโครงการก็จะให้ผ่อนเฉพาะเงินต้น โดยในการผ่อนเงินต้นนั้นให้มีระยะเวลาการผ่อนที่ยาวขึ้น และเบื้องต้นขอให้จ่ายเงินต้นแค่ครึ่งหนึ่งของที่เคยจ่าย

นายพิชัย กล่าวว่า ลูกหนี้เหล่านี้ยังอยู่ใน NCB  ซึ่งการจะขอกู้ใหม่ได้ ขึ้นอยู่กับสถานะของลูกหนี้รายนั้นๆ ที่ธนาคารจะเป็นผู้พิจารณา อย่างไรก็ตาม เท่าที่หารือกับธนาคารพาณิชย์มาก่อนหน้านี้ ก็มีความเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว เป็นส่วนใหญ่แล้ว ซึ่งหลังจากนี้จะให้ธนาคารพาณิชย์ไปหารือกัน ถือหาข้อยุติ

นอกจากนี้ จะมีการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย   (ธปท.) เพื่อให้พิจารณาในการผ่อนปรนเกณฑ์ LTV เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น